CEA เปิดนิทรรศการ Creative Cultural District ปีที่ 2ภายใต้แนวคิด “Connecting the Dots – Creative Districts Reimagined ” สนับสนุน 7 พื้นที่ต้นแบบสร้างสรรค์เชื่อมโยงทุนวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และการออกแบบ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดนิทรรศการ “ต้นแบบพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Cultural District)” ภายใต้แนวคิด “Connecting the Dots – Creative Districts Reimagined” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาต้นแบบพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Cultural District: CCD) ปีที่ 2 เพื่อสนับสนุนและพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ในประเทศไทย ผ่านการเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ของพื้นที่ กระบวนการออกแบบ และความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม ผ่าน 7 พื้นที่ต้นแบบสร้างสรรค์ ได้แก่ เจียงฮายหลายรส (เชียงราย), Face of Chiang Dao (เชียงใหม่), ลานนาคกี้ (บึงกาฬ), พื้นที่แห่งเสียง (สุพรรณบุรี), KEDA SIGN (ปัตตานี), กั่วป่าโพ้ (พังงา) และ Y.L.A. (ยะลา) นิทรรศการจัดแสดงในระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน 2569 ณ Discovery Plaza ชั้น G ศูนย์การค้า Siam Discovery
โครงการ Creative Cultural District (CCD) เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนและดำเนินงานโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ โครงการมีเป้าหมายในการสำรวจ พัฒนา และยกระดับย่านสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา นักสร้างสรรค์ท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อพัฒนาพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

นายอาสา ผิวขำ ผู้อำนวยการสำนักอุตสาหกรรมสินค้าและบริการสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “โครงการ Creative Cultural District ช่วยเปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์เเละผู้ขับเคลื่อนในพื้นที่ นำเสนอบริบทและค้นหาทุนหรือสินทรัพย์ที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่ผสมผสานกับกิจกรรมที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการของชุมชน การนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของพื้นที่มาผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และกระบวนการออกแบบ จึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์” นายอาสา กล่าว

รศ. ดร.ชุมพร มูรพันธุ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า โครงการพัฒนาต้นแบบพื้นที่สร้างสรรค์ เปิดรับพื้นที่สร้างสรรค์จากทั่วประเทศ โดยมีพื้นที่สมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่า 80 พื้นที่ ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อค้นหาพื้นที่ต้นแบบและเครือข่ายพื้นที่สร้างสรรค์ที่มีศักยภาพในการพัฒนาและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของพื้นที่สู่การสร้างคุณค่าและมูลค่าในระยะยาว

ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการนำเสนอผลงานและกระบวนการทำงานของ 7 พื้นที่ต้นแบบสร้างสรรค์ พร้อมเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “ฟื้นชีวิต สร้างพลังให้เติบโต” โดยตัวแทนจาก 7 พื้นที่ต้นแบบ ได้แก่ เจียงฮายหลายรส, Face of Chiang Dao, ลานนาคกี้, พื้นที่แห่งเสียง, KEDA SIGN, กั่วป่าโพ้ และ Y.L.A. ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่จากฐานวัฒนธรรม ชุมชน อัตลักษณ์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในบริบทของแต่ละภูมิภาค

เปิด 7 พื้นที่ต้นแบบสร้างสรรค์ สู่การเชื่อมโยงทุนท้องถิ่นกับโอกาสใหม่
1. เจียงฮายหลายรส จังหวัดเชียงราย
ผ่านแนวคิดด้าน “อาหาร” และเรื่องราวของย่านศรีเกิดในการเชื่อมผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ถ่ายทอดอัตลักษณ์เชียงรายผ่านรสชาติ วัตถุดิบ ตำรับอาหาร และผู้ประกอบการท้องถิ่น พื้นที่ดังกล่าวเกิดการรวมตัวของผู้ประกอบการอาหารและนักสร้างสรรค์ในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมที่ชวนผู้คนกลับมารู้จักย่านในมุมใหม่ และต่อยอด “รสชาติของเมือง” ให้กลายเป็นเรื่องราว ประสบการณ์ และโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่
2. Face of Chiang Dao จังหวัดเชียงใหม่
ผ่านแนวคิด “สายน้ำ ผู้คน ศิลปะ และวัฒนธรรม” เชื่อมโยงทุนท้องถิ่นเข้ากับบริบทของเชียงดาว ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่กระจายตัวในพื้นที่ พร้อมเปลี่ยนเมืองให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และเวทีสำหรับนักสร้างสรรค์ท้องถิ่น เกิดเครือข่ายที่เชื่อมโยงศิลปิน ผู้ประกอบการ และชุมชนเข้าด้วยกัน พร้อมนำเสนอเรื่องราวของเชียงดาวในมุมใหม่ และเปิดโอกาสในการต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของพื้นที่
3. ลานนาคกี้ จังหวัดบึงกาฬ
ผ่านแนวคิด “นาคสร้างชุมชน – ไม่ใช่แค่ค้นหา แต่คือการตามล่า” นำทุนทางวัฒนธรรม ความเชื่อ เรื่องราวนาค และวิถีชุมชน มาพัฒนาเป็นพื้นที่เรียนรู้ ศิลปะ และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับคนทุกวัย เกิดพื้นที่กลางสำหรับการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนทั้งเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ศิลปิน ผู้ประกอบการ และภาคีในพื้นที่เข้าด้วยกัน พร้อมต่อยอดทุนวัฒนธรรม “นาคกี้” ไปสู่กิจกรรมสร้างสรรค์ คราฟต์ อาหาร การแสดง และผลิตภัณฑ์
4. พื้นที่แห่งเสียง จังหวัดสุพรรณบุรี
ผ่านแนวคิด “เมืองหนึ่งเมืองไม่ได้มีแค่ภาพให้มอง แต่มันมีเสียงให้ฟัง” ถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ผ่านเสียงของผู้คน ชุมชน และศิลปวัฒนธรรม เพื่อสร้างการรับรู้และมุมมองใหม่ต่อเมือง เกิดพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เสียงของชุมชนได้รับการนำเสนอและส่งต่อ เชื่อมโยงศิลปิน คนรุ่นใหม่ และคนในพื้นที่ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ และเปลี่ยน “เสียงท้องถิ่น” ให้เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสู่ประสบการณ์และคุณค่าใหม่ของเมือง
5. KEDA SIGN จังหวัดปัตตานี
ผ่านแนวคิด “กือดาไซน์” ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของปัตตานีมาตีความผ่านการออกแบบ สร้างพื้นที่ที่เชื่อมงานออกแบบ ศิลปะ คราฟต์ ผู้คน และเรื่องราวของเมืองเข้าด้วยกัน ส่งผลให้เกิดการมองเห็นคุณค่าของทุนสร้างสรรค์ในพื้นที่มากขึ้น เชื่อมโยงนักออกแบบ ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และชุมชน และเปิดโอกาสให้อัตลักษณ์ท้องถิ่นได้รับการพัฒนาเป็นผลงาน ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ร่วมสมัย
6. กั่วป่าโพ้ จังหวัดพังงา
ผ่านแนวคิด “เปิดพื้นที่ท้องถิ่น เชื่อมผู้คน ศิลปะ และเมือง” โดยใช้ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่าเป็นพื้นที่เรียนรู้ผ่านวิถีชีวิต อาหาร แฟชั่น สถาปัตยกรรม และเรื่องราวของผู้คนท้องถิ่น เชื่อมโยงพื้นที่สำคัญและเรื่องราวของเมืองผ่านเส้นทางการเรียนรู้ กิจกรรมศิลปะ และการเปิดบ้านชุมชน ช่วยให้คนในพื้นที่กลับมาเห็นคุณค่าของบ้านเกิด พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้มาเยือนได้ค้นพบตะกั่วป่าในมิติที่มากกว่าการท่องเที่ยว
7. Y.L.A. จังหวัดยะลา
ผ่านแนวคิด “ยล สร้าง สิน” ชวนมองยะลาผ่าน “สินทรัพย์สร้างสรรค์” ที่อยู่รอบตัว ทั้งผู้คน อาหาร วัฒนธรรม คราฟต์ และเรื่องราวของเมือง ด้วยการต่อยอดไปสู่งานด้านออกแบบและกิจกรรมสร้างประสบการณ์ร่วมสมัย เกิดพื้นที่กลางสำหรับการพบปะ ทดลอง เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนของคนในเมือง พร้อมสร้างมุมมองใหม่ต่อยะลา
นิทรรศการ “ต้นแบบพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Cultural District)” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน 2569 ณ Discovery Plaza ชั้น G ศูนย์การค้า Siam Discovery พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปจาก 7 พื้นที่ต้นแบบสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ประชาชน นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และผู้สนใจได้เรียนรู้แนวทางการนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดผ่านกระบวนการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้กับพื้นที่อย่างยั่งยืน


