วธ. ร่อนหนังสือท้วง เวที MU Cambodia เคลมภาพชุดไทย ใช้ภาพสตรีกำแพงเพชร ลบตรากรมศิลป์

21.09.26 | 11:25 น.

วธ. ร่อนหนังสือท้วง เวที Miss Universe Cambodia 2026 แก้ไขข้อมูลชุดไทย ชี้ใช้ภาพสตรีกำแพงเพชรปี 2449 ลบตรากรมศิลปากร

 


เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) แถลงกรณีเวที Miss Universe Cambodia 2026 นำเสนอการแต่งกายและข้อมูลทางประวัติศาสตร์บนเวทีประกวด โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏรายงานว่าเวที Miss Universe Cambodia ได้นำเสนอภาพเกี่ยวกับวัฒนธรรมการแต่งกายของกัมพูชา และมีการใช้ภาพที่มีแหล่งที่มาจากประเทศไทยนั้น วธ.เห็นว่า การนำเสนอในลักษณะดังกล่าวไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เป็นการนำภาพมาใช้โดยไม่ระบุแหล่งที่มา และอาจทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าเป็นการแต่งกายของกัมพูชา

น.ส.ซาบีดากล่าวว่า วธ.ซึ่งกำกับดูแลกรมศิลปากรและสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอให้เวที Miss Universe Cambodia ยุติการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว และขอให้ใช้ข้อความในการอ้างอิงข้อมูลภาพถ่ายด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการระบุแหล่งที่มาของภาพและข้อมูลทางประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง

Advertisement

“ภาพดังกล่าวเป็นภาพถ่ายสตรีชาวกำแพงเพชร บันทึกไว้ที่เมืองกำแพงเพชร เมื่อ พ.ศ.2449 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเป็นภาพที่ได้รับการบันทึกไว้ในหอพระสมุดวชิรญาณ ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก เมื่อปี 2560” น.ส.ซาบีดากล่าว

น.ส.ซาบีดากล่าวว่า ภาพต้นฉบับเป็นฟิล์มที่มีตราประทับหรือลายน้ำ ของกรมศิลปากร แต่ภาพที่ถูกนำไปใช้บนเวทีประกวดมีการลบตราประทับดังกล่าวออกด้วย จึงถือเป็นประเด็นสำคัญที่ วธ.จะดำเนินการ โดยจะส่งหนังสือตักเตือนและทักท้วงไปยังกองประกวด Miss Universe Cambodia เพื่อขอให้แก้ไขข้อมูลและการนำเสนอ หากยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข วธ.ขอสงวนสิทธิในการดำเนินการตามกฎหมายและช่องทางที่เหมาะสมต่อไป

น.ส.ซาบีดากล่าวต่อว่า ในระยะต่อไป วธ.จะเร่งเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของชุดไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในระดับนานาชาติ โดยที่ผ่านมา วธ.ได้นำชุดไทยไปจัดโรดโชว์และนิทรรศการในต่างประเทศ ทั้งเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และล่าสุดประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับที่มาและพัฒนาการของชุดไทยพระราชนิยม รวมถึงการแต่งกายของสตรีในอดีตที่เป็นพัฒนาการสู่ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ

“ดิฉันในฐานะรัฐมนตรีว่าการ วธ. และในฐานะคนไทยคนหนึ่ง พร้อมด้วยผู้บริหาร วธ. มีความรักและหวงแหนในวัฒนธรรมไทยไม่น้อยไปกว่าทุกคน สิ่งที่เราจะทำคือดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาด เรื่องนี้ วธ.จะไม่ปล่อยผ่าน” น.ส.ซาบีดากล่าว

รัฐมนตรีว่าการ วธ.กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณประชาชนคนไทยที่ร่วมกันหวงแหนชุดไทยซึ่งเป็นมรดกของชาติ และหากประเทศเพื่อนบ้านสนใจหรืออยากสวมใส่ชุดไทย ก็ถือเป็นการช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทย แต่ขอให้มีการอ้างอิงข้อมูลและแหล่งที่มาจากประเทศไทยอย่างถูกต้อง เพราะการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่ง วธ.มีข้อมูลและพร้อมให้บริการองค์ความรู้ดังกล่าว

“จากนี้ทาง วธ.จะมีการดำเนินการไปตามช่องทางที่เหมาะสมและประการแรกจะต้องดำเนินการตามช่องทาง ทางการทูตเพื่อตักเตือนขณะนี้ไม่อยากให้เป็นประเด็นระหว่างรัฐกับรัฐ แต่ในกรณีที่ภาคเอกชนได้ดำเนินการบิดเบือนข้อมูล เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีการตักเตือน แต่หากยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขแน่นอนว่า เราจะสงวนสิทธิ์พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สิ่งสำคัญคือ อยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยหนักแน่นในข้อมูล ซึ่งเราก็จะดำเนินการในการเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยอ้างอิงหลักฐานทางวิชาการที่เรามีอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ที่สำคัญการที่กระทรวงวัฒนธรรมได้โรดโชว์และมีการพูดถึงชุดไทยในเวทีโลกหลายเวที สร้างการรับรู้ให้กับประชาคมโลก ไม่ใช่แค่ วธ.เท่านั้น ทางรัฐบาลไทยมีองคาพยพที่เข้มแข็ง มีกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานไทยเฟสติวัลที่ประเทศใด จะมีการแสดงชุดไทยในทุกพื้นที่ด้วย ที่สำคัญการแลกเปลี่ยนโบราณวัตถุของประเทศไทยกับสาธารณรัฐเกาหลีใต้ที่พิพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงโซล ได้จัดแสดงโบราณวัตถุไทย ด้านพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยมเราใช้ทุกเวทีในการสื่อสารชุดไทย เราไม่ได้นิ่งนอนใจ” น.ส.ซาบีดากล่าว

น.ส.ซาบีดากล่าวต่อว่า ตอนนี้ชาวต่างชาติให้ความสนใจและรับรู้ถึงที่มาที่ไปของการที่เราดำเนินการเผยแพร่ชุดไทยอย่างล่าสุด การเผยแพร่ชุดไทยในประเทศญี่ปุ่นได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก พร้อมที่จะเปิดรับวัฒนธรรมของไทย ใช้การทูตวัฒนธรรม วธ.มีความประสงค์ใช้วัฒนธรรมเป็นพื้นที่สร้างความเข้าใจและไม่ได้ให้วัฒนธรรมสร้างความขัดแย้ง แต่ในกรณีที่มีการละเมิดนั้น วธ.จะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้และเราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทั้งนี้ จะมอบหมายให้กรมศิลปากร โดยสำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูล เจ้าของลิขสิทธิ์ภาพ ส่งหนังสือถึงกองประกวด จดหมายจะมีการพูดถึงกรอบระยะเวลา จะต้องมีการดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

“ขณะนี้ วธ.เป็นเดือดเป็นร้อน แต่เราใช้อารมณ์และความรู้สึกไม่ได้ เราต้องใช้ความอดทนอดกลั้นในการที่เราจะเห็นความสำเร็จของการขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติองค์การยูเนสโกภายในเดือนธันวาคมนี้ เพราะฉะนั้นการดำเนินการใดๆ ต้องมีความสุขุมรอบคอบและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มีความชัดเจนและครบถ้วน” รัฐมนตรีว่าการ วธ.กล่าว

น.ส.ซาบีดากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ วธ.ยังมีหลักฐาน กรณีประชาคมอาเซียนได้มีจัดแสดงชุดประจำชาติของแต่ละประเทศเมื่อปี 2562 ซึ่งประเทศไทยได้เลือกจัดแสดงชุดไทยจิตรลดา ขณะที่กัมพูชาใช้ชุดซัมปอต เป็นชุดประจำชาติที่จะแสดงในครั้งนั้น เป็นการยืนยันถึงอัตลักษณ์ชุดประจำชาติของแต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียนเมื่อครั้งนั้นไปแล้ว

เมื่อถามว่า มีความคาดหวังว่าจะได้รับคำขอโทษจากกัมพูชาอย่างเป็นทางการหรือไม่ น.ส.ซาบีดากล่าวว่า เรามีคาดหวังในรูปแบบนั้น