ฉลองครบรอบ 16 ปี ‘สวธ.’ ชู 3 ภารกิจ อนุรักษ์-ต่อยอด-สร้างโอกาส ปลุกเศรษฐกิจชุมชน ลุ้นชุดไทยขึ้นมรดกโลก
เมื่อวันที่ 24 กันยายน นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ปีที่ 16 ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) จะเดินหน้าขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมให้เข้าถึงชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ การอนุรักษ์ การต่อยอด และการสร้างโอกาส พร้อมเร่งเครื่องผลักดันนโยบาย ซอฟต์พาวเวอร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หวังใช้ทุนทางวัฒนธรรมสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ฐานราก เตรียมลุ้นยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียน ‘ชุดไทย’ เป็นมรดกโลกในเดือนธันวาคมนี้

อธิบดีสวธ. กล่าวต่อว่า สวธ. ให้ความสำคัญกับการทำงานที่ใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับชุมชน โดยยึดหลัก 3 ประการ คือ 1.การอนุรักษ์ รักษาและสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ดีงาม ทั้งวิถีชีวิต ประเพณี อาหาร และการแต่งกาย 2.การต่อยอด นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และ 3.การสร้างโอกาส โดยเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้คนทุกกลุ่ม พร้อมดูแลสวัสดิการของบุคลากร ศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินแห่งชาติ และครูภูมิปัญญา เพื่อให้เกิดการส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน ในมิติของการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สวธ.มีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมบันเทิง ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดี เพื่อใช้เป็นหัวหอกสำคัญในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สากล นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมครั้งใหญ่ ‘ไทยฟุ้ง ปรุงไทย’ ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งต่อยอดภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นที่เสี่ยงต่อการสูญหาย โดยเปิดเวทีให้นำวัตถุดิบและเมนูท้องถิ่นมาพัฒนาสูตรร่วมกับเชฟชื่อดังและสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับสู่เมนูในร้านอาหารและภัตตาคารชั้นนำต่อไป
“สำหรับประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองในช่วงปลายปีนี้คือ ความคืบหน้าในการเสนอชื่อ ชุดไทย เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) ของมวลมนุษยชาติ ต่อองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย และคาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในเดือนธันวาคม โดยในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ จะมีการจัดเวทีเสวนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับชุดไทย 3 ยุคสมัย แก่ประชาชนและผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของสธว.ไม่ใช่เพียงการได้รับการรับรองจากยูเนสโก แต่คือการสร้างงานและรายได้ที่หมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชน ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างผู้ทอผ้าและผู้ย้อมผ้า ไปจนถึงปลายน้ำ” นางโชติกา กล่าว

อธิบดี สวธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สวธ.ยังมีแผนการพัฒนาพื้นที่และศักยภาพบุคลากรให้สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยเตรียมยกระดับวงดนตรีสากล 3 วงในสังกัด ด้วยการเชิญคอนดักเตอร์ระดับโลกมาร่วมฝึกซ้อมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน รวมถึงการสนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นเครื่องมือในการสืบค้น เผยแพร่ และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ต่อไป




