เปิดใจ ‘โชติกา’ อธิบดี สวธ. ต่อยอดทุนวัฒนธรรม-เพิ่มมูลค่า

29.09.26 | 08:00 น.

หมายเหตุ – มติชน สัมภาษณ์พิเศษ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ถึงทิศทางการขับเคลือนวัฒนธรรม


๐มีทิศทางและนโยบายการขับเคลื่อนงานส่งเสริมวัฒนธรรมอย่างไร?

สวธ. เน้นการทำงานใกล้กับประชาชน ส่งเสริมวิถีชีวิต วัฒนธรรม ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว โดยแนวทางที่จะขับเคลื่อนงาน มีหลักสำคัญ 3 ประการ คือ 1.การอนุรักษ์และรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่ดีงามไว้ ทั้งด้านอาหาร เสื้อผ้า วิถีชีวิต และประเพณีที่เป็นวัฒนธรรมของชุมชน  2.การนำมรดกและทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่มาต่อยอด เพื่อสร้างให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์  โดยอะไรที่เป็นอัตลักษณ์ เป็นของดี เป็นพลังสร้างสรรค์ ก็นำมาทำให้ประชาชนได้สัมผัส ได้รู้ว่าของใกล้ตัว และวัฒนธรรมของเราสามารถสร้างสร้างมูลค่าได้ และ3.การสร้างโอกาสให้ทุกคนในประเทศได้เข้ามาสัมผัสมิติทางวัฒนธรรม และนำทุนทางวัฒนธรรมไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับสากล นอกจากนี้ จะต้องดูแลทั้งวัฒนธรรม คนวัฒนธรรม ศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินแห่งชาติ และครูภูมิปัญญา โดยไม่ใช่เพียงการเชิดชูเกียรติ แต่ต้องดูแลและรักษาบุคคลเหล่านี้ไว้ ให้สามารถต่อยอดองค์ความรู้และส่งต่อภูมิปัญญาสู่คนรุ่นต่อๆ

๐การผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น ซีรีส์ หรือเกม มีแผนดำเนินการอย่างไร?

ใช้แนวทางของการเปิดโอกาสและนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอด โดยมองว่าสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือสารคดี ล้วนเป็นตัวเชื่อมโยงที่สำคัญให้คนทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทย กรมฯ จะเปิดโอกาสและสนับสนุนผู้ประกอบการหรือประชาชนที่สนใจนำพาวัฒนธรรมไทยไปสู่นานาประเทศ ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนซีรีส์แนวตั้ง ทั้งนี้ การสร้างโอกาสต้องพิจารณาบริบทของสังคมควบคู่ไปด้วย โดยสนับสนุนทั้งสื่อแนวตั้งสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และจัดสรรพื้นที่สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุไปพร้อมกัน

โดยเฉพาะเรื่องซีรีส์แนวตั้ง ซึ่งสวธ. ให้การสนับสนุน จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ ทั้งในด้านรสนิยมและไลฟ์สไตล์ เพราะการทำงานด้านวัฒนธรรมไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ แต่วัฒนธรรมต้องเป็นสิ่งที่มีชีวิต และต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสังคม

Advertisement

ซีรีส์แนวตั้งถือเป็นสื่อรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากเยาวชน จึงสามารถใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารและถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงควรใช้โอกาสนี้เชื่อมโยงคนต่างวัย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเรื่องราวทางวัฒนธรรม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและสัมผัสวัฒนธรรมได้อย่างใกล้ชิด

๐แผนการพัฒนาพื้นที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นแหล่งเรียนรู้?

แผนการพัฒนา ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จะมีการยกระดับและเปิดพื้นที่ให้กว้างขวางมากขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมสำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการมาถ่ายทอด เรียนรู้ ชม และสัมผัสงานศิลปวัฒนธรรม รวมถึงเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มเข้ามาใช้ประโยชน์และเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นพื้นที่ของทุกคนอย่างแท้จริง

๐ความคืบหน้า การผลักดันเรื่องอาหารไทยผ่าน ‘ไทยฟุ้ง ปรุงไทย’?

ด้านการต่อยอดอาหารพื้นถิ่น จะขับเคลื่อนตามนโยบาย 3 แนวทาง ได้แก่ ‘รักษา ต่อยอด และสร้างโอกาส’ โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เตรียมจัดงานมหกรรม ‘ไทยฟุ้ง ปรุงไทย’ ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคมนี้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภูมิปัญญาด้านอาหารของชุมชนได้รับการต่อยอด โดยเฉพาะเมนูอาหารพื้นถิ่นที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และบางส่วนกำลังสูญหาย ให้ได้รับการฟื้นฟูและกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง

ภายในงานจะนำอาหารพื้นถิ่นที่รสชาติหายไปแล้ว จำนวน 231 รายการ มาให้ประชาชนได้ชม ชิม และเลือกซื้อกลับบ้าน พร้อมเปิดโอกาสให้ภัตตาคาร ร้านอาหาร เชฟชื่อดัง มหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนด้านอาหาร และผู้ประกอบการ ได้เข้ามาสัมผัสและชิมอาหารจากชุมชน เพื่อนำเมนูที่มีเอกลักษณ์และได้รับความสนใจไปพัฒนาต่อยอดเป็นเมนูในร้านอาหารหรือภัตตาคารที่มีชื่อเสียง ถือเป็นการสร้างโอกาสและยกระดับของดีจากชุมชนให้เข้าสู่ตลาดในวงกว้าง

นอกจากอาหารแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม การแสดงจากศิลปินและคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสทั้งรสชาติของอาหารพื้นถิ่นและความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและสร้างกำลังใจให้แก่ชุมชนผู้สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

๐ความคืบหน้าในการเสนอ ‘ชุดไทย’ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก?

สำหรับ ‘ชุดไทย’ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยทุกคน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมกับยูเนสโก คาดว่าจะทราบผลในช่วงต้นเดือนธันวาคม โดยกระทรวงวัฒนธรรมและสวธ.เดินหน้าสร้างองค์ความรู้และการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับชุดไทย พร้อมเผยแพร่คุณค่าของชุดไทยสู่ระดับนานาชาติ โดยที่ผ่านมา น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ได้เดินทางเผยแพร่และสร้างการรับรู้ในหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น และมีกำหนดเดินทางไปฝรั่งเศสอีกครั้งในเดือนตุลาคม

ขณะเดียวกัน สวธ.เตรียมจัดเสวนาเรื่องชุดไทย วันที่ 4 ตุลาคม เวลา 16.00 น. ที่ สามย่านมิตรทาวน์ โดยมีศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเกี่ยวกับคุณค่าของชุดไทย ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับมรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะการนำชุดไทยและผ้าไทยมาต่อยอดสร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชน เนื่องจากผ้าแต่ละผืนมีความเชื่อมโยงกับผู้ทอ ผู้ย้อม และภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงควรพัฒนาให้เกิดเป็นห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

นอกจากนี้ สวธ.จะประสานความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อพัฒนาพื้นที่ชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในกระบวนการย้อมและทอผ้า เพื่อให้คุณค่าของผ้าไทยไม่ได้หยุดอยู่เพียงผืนผ้า แต่สามารถสร้างประสบการณ์ สร้างรายได้ และสร้างโอกาสให้กับคนในชุมชน เช่นเดียวกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมรายการอื่นๆ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการขึ้นทะเบียน แต่ต้องนำมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าและมูลค่ากับชุมชน โดย สวธ.จะจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วม ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาท โดยยังคงรักษาสาระและรากทางวัฒนธรรมเดิมไว้

ขณะเดียวกัน สวธ.ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ทั้งภายในศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ห้องสมุด และพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาศึกษาเรื่องราวของมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียน อาทิ ชุดเคบาย่า นวดไทย และต้มยำกุ้ง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง

๐ก้าวต่อไปของสวธ.ในยุคที่ AI และดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญ?

สำหรับก้าวต่อไปของ สวธ.ต้องให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ในการทำงาน เนื่องจาก AI เป็นเครื่องมือที่มีทั้งประโยชน์และข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับวิธีการนำไปใช้ ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจ เพราะหากนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การทำลายหรือบิดเบือนข้อมูลทางวัฒนธรรม แต่หากใช้เพื่อค้นคว้าข้อมูล ต่อยอดองค์ความรู้ และเปิดพื้นที่ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก สวธ.จะขับเคลื่อนการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาสู่การเป็นข้าราชการดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง คำนึงถึงลิขสิทธิ์ การอ้างอิงแหล่งที่มา และความถูกต้องของข้อมูล เพราะท้ายที่สุดแล้วคนยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการกำกับและใช้เทคโนโลยี

ขณะเดียวกัน สวธ.จะเร่งจัดเก็บและพัฒนาฐานข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมให้มีความละเอียดและเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์และต่อยอดกับ AI ได้อย่างมีหลักฐานอ้างอิง เช่น ผู้ที่สนใจศิลปะการแสดงลิเก หรือผู้ที่ต้องการว่าจ้างคณะลิเก สามารถค้นหาข้อมูลได้ว่ามีคณะใดอยู่ในพื้นที่ใด มีสมาชิกกี่คน รวมถึงข้อมูลอัตราค่าจ้าง เพื่อให้การนำข้อมูลไปใช้มีความถูกต้อง และสามารถยืนยันแหล่งที่มาว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมของไทย สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับการควบรวมภารกิจด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สวธ.มีองค์ประกอบและบุคลากรที่พร้อมทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาได้ดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตตัวชี้วัดและรูปแบบการทำงานจะให้ความสำคัญกับการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างประสบการณ์และมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น ผ้าไทย 1 ผืน ไม่ควรมองเพียงในฐานะผลิตภัณฑ์ แต่สามารถสร้างเป็นประสบการณ์ตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่ผู้เลี้ยงไหม ผู้ทอ ผู้ย้อม ไปจนถึงนักออกแบบ ช่างตัดเย็บ และผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสัมผัสกระบวนการผลิต ดังนั้น สิ่งที่จะสร้างมูลค่าในอนาคตจึงไม่ใช่เพียงการขายผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการขาย ‘ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม’ ที่เชื่อมโยงคน ชุมชน ภูมิปัญญา และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน