‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์’ไขปมทำขวัญนาค ยันไม่มีในอินเดีย ด้านหมอแคนหมอขวัญจัดเต็มถวายผ้าป่าวัดแก้วไพฑูรย์

6.07.17 | 12:02 น.

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เวลาประมาณ 09.30 น. ที่ศาลาการเปรียญวัดแก้วไพฑูรย์ ซอยเอกชัย 14 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม. มีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ ‘ทำขวัญนาค ผี, พุทธ, พราหมณ์’ โดยขรรค์ชัย บุนปาน และสุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นส่วนหนึ่งของรายการทอดน่องท่องเที่ยว

นายสุจิตต์ กล่าวถึงประเด็นการทำขวัญนาคว่า ไม่เคยมีในพุทธบัญญัติ และไม่มีในอินเดีย แต่เป็นความเชื่อในศาสนาผีของคนพื้นเมืองดั้งเดิมในอุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราว 3,000 ปีมาแล้ว ก่อนกำเนิดพุทธศาสนา ขวัญ หมายถึงส่วนไม่เป็นตัวเป็นตนของคน มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ อยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย หมอขวัญดั้งเดิมเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย เพราะเชื่อว่าเป็นผู้มีพลังสูงและเป็นใหญ่ในพิธีกรรม การทำขวัญจัดขึ้นเพื่อให้ผู้รับพ้นจากความกังวล หวาดกลัว อย่างไรก็ตามเมื่อมีการรับศาสนาจากอินเดีย ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้ซับซ้อนขึ้นโดยมีการประนีประนอม ประสมประสานระหว่างผี พุทธ และพราหมณ์ โดยเนื้อหาทำขวัญทั้งหมดเกี่ยวข้องกับแม่ ว่ากว่าจะท้อง จะคลอด ลำบากมาก อดเปรี้ยวหวานมันเผ็ด ตอนคลอดเจ็บปวดมาก ส่วนเทศน์มหาชาติว่าซึ่งมีการทำเสียงโหยหวนเป็นสิ่งที่ได้จากลุ่มน้ำโขง

นายสุจิตต์ ยังเล่าถึงเมื่อครั้งนายขรรค์ชัยออกบวชว่า ตนและนายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ ได้นำนมไปถวาย โดยกำชับว่าห้ามจับ ให้ฉันได้อย่างเดียว หากจับจะเป็นอาบัติ ซึ่งเป็นมุกตลก ทั้งนี้ตนเป็นคนบาปจึงไม่บวชเรียนเหมือนนายขรรค์ชัย

ต่อมา นายสุจิตต์ กล่าวถึงเพลงนางนาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ผีบรรพชน โดยเป็นเพลงสำคัญมากทั้งเขมร ลาว ล้วนมีเพลงดังกล่าวใช้ในพิธีกรรม โดยทั่วไปพิธีกรรมต้องขึ้นด้วยเพลงสาธุการ ยกเว้นเวียนเทียนและทำขวัญ ขึ้นต้นด้วยเพลงนางนาค

จากนั้นได้มีการบรรเลงเพลงนางนาค โดยวงปี่พาทย์ ครูแดง สามัคคีดนตรีไทย ซึ่งมีชื่อเสียงในย่านบางขุนเทียน และภาคกลาง และการทำขวัญโดยนางพลอย มณีกัลย์ หรือหมอลำคำพลอย ทองจันทร์ อายุ 59 ปี หมอขวัญจากจังหวัดร้อยเอ็ด และการเป่าแคนโดยนายวุฒิพงษ์ เข็มเพ็ชร์ หรือหมอลำวุฒิพงษ์ ภูผารส ชาวจังหวัดยโสธร ต่อด้วยการทำขวัญแบบภาคกลางโดยนายสมชาย ทับพร ข้าราชการเกษียณอายุจากกรมศิลปากร ศิษย์ครูเพลงชื่อดังมากมาย

Advertisement

สำหรับเนื้อหาคำทำขวัญนาคแบบภาคกลาง เริ่มตั้งแต่การปฏิสนธิ การแพ้ท้อง การคลอด และการเรียกขวัญ เป็นต้น ข้อความตอนหนึ่งดังนี้

“พ่อนาคเอย เมื่อพ่อจะมาปฏิสนธิในครรภ์ของมารดา วิญญาณพ่อก็จะเวียนมาอยู่ตามทิศ ครั้นเมื่อแม่เอนกายสนิทลงหลับใหล ปฏิสนธิวิญญาณจึงเข้าสู่ได้ทางจมูก ถ้าเป็นหญิงก็เข้าถูกทางเบื้องซ้าย หากแต่ว่าพ่อเป็นชายทางเบื้องขวา ปฏิสนธินี้จึงบันดาลให้มารดานิมิตฝัน ว่าหากได้แก้วอันแพรวพรรณก็เป็นชาย หากได้แหวนเครื่องอาภรณ์ท่อนสไบกลายเป็นหญิง ….”

จากนั้น วงปี่พาทย์ครูแดง บรรเลงอย่างครึกครื้น แล้วมีการขับร้องเพลงเวียนเทียน ทำนองนางนาค โดยนางสุภางค์พักตร์ แก้วกระหนก คีตศิลปินชำนาญงาน สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

นายสุจิตต์ ยังกล่าวถึงบทบาทของนาคในอุษาคเนย์ว่าเป็นผู้พิทักษ์คนพาลอภิบาลคนดี ซึ่งเป็นคติความเชื่อที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ คนยุคอยุธยารับรู้ว่านาค แปลว่า เปลือย จึงมีภาพคนเปลือยที่เกาะนาควารีในสมุดภาพไตรภูมิ สำหรับคำวถามที่ว่า เหตุใดจึงใช้คำว่า ‘บวชนาค’ ไม่ใช้ ‘บวชคน’ เนื่องจากคนพื้นเมืองรับคำว่านาคมาเรียกตัวเองโดยไม่ทราบว่าเนคำดูถูก เมื่อถึงพีบวช จึงเรียกบวชนาค แต่อาจมีความหมายซ่อนเร้นมากกว่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 10.15 น. มีการถวายเพลพระสงฆ์วัดแก้วไพฑูรย์ภายในศาลาการเปรียญ โดยปี่พาทย์บรรเลงและขับร้องเพลง ‘เขมรไทรโยค’ คลอ จากนั้น เป็นการถวายผ้าป่าโดยผู้บริหารและพนักงานในเครือมติชน