วิจารณ์หนังรถซิ่งสองสไตล์ “Cars 3” กับ “Overdrive”

Cars 3
ศัตรูตัวฉกาจของนักกีฬาคือ กาลเวลาและสังขารที่ร่วงโรยไปตามสภาพ Cars 3 ได้แสดงสัจธรรมนี้อย่างชัดเจน
ไลท์นิ่ง แมคควีน รถแข่งหมายเลข 95 แชมเปี้ยนโลก พิสตันคัพ (ให้เสียงโดย โอเวน วิลสัน) ต้องเผชิญกับนักแข่งรุ่นใหม่ แจ็คสัน สตอร์ม (ให้เสียงโดย อาร์มี แฮมเมอร์) รถแข่งทรงเพรียวลมที่เทคโนโลยีล้ำ ทั้งความเร็ว ความแรง และความแกร่ง ที่มาพร้อมกับความเชื่อมั่นและความยะโส
หนังโปรยว่า The next generation is coming. There’re better, stronger, faster.
แน่นอนว่ารถแข่งหัวใจนักสู้อย่างแมคควีน ต้องพยายามที่จะกลับไปสู่จุดสูงสุดของตนอีกครั้ง แจ็คสัน สตอร์ม ฝึกความเร็วโดยซ้อมกับซีมูเลเตอร์ที่จำลองการแข่งขันในสนาม แมคควีนก็ฝึกบ้าง โดยมีครูฝีกสาว ครูซ รามิเรซ (ให้เสียงโดยดาราตลกหญิง คริสเตล่า อลองโซ) คอยให้คำแนะนำเพื่อให้แมคควีนกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง
แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว รถแข่งรุ่นเก่าแบบแมคควีนไม่คุ้นเคยกับการฝึกแบบไฮเทค เขาจำต้องเผชิญกับสิ่งที่นักกีฬาหลายคนต้องเผชิญในช่วงบั้นปลายชีวิตนักกีฬา นั่นคือ ต้องเลือกว่า จะอำลาวงการขณะที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม ไปเป็นแบรนด์ให้นายทุนผลิตสินค้าเกี่ยวกับรถภายใต้ชื่อไลท์นิ่ง แมคควีน หรือจะสู้จนถึงที่สุด
มีวาทะน่าฟังที่เพื่อนรถพูดกับแมคควีนว่า “นายไม่มีทางเร็วขึ้น แต่นายสามารถฉลาดขึ้นได้”
Cars 3 ไม่ใช่เป็นแค่หนังการ์ตูนสำหรับเด็ก หรือสร้างขึ้นเพื่อหวังฟันกำไรจากการขายของเล่นที่เป็นผลิตภัณฑ์จากหนังเท่านั้น โทนหนังมีความเป็นดรามาหนักกว่าทุกภาค ฉากอุบัติเหตุที่รถแมคควีนกลิ้งหลายตลบ มีประกายไฟและควันพวยพุ่งออกมา ดูน่าหดหู่ ทำให้หวนคิดถึงอดีตรถแข่งในตำนาน ฮัดสัน ฮอร์เนท ที่ประสบชะตากรรมนี้ จนบั้นปลายชีวิตต้องออกจากวงการและเก็บตัวในที่ซึ่งห่างไกล
แม้ตัวละครในเรื่องจะเป็นรถ แต่ผู้กำกับเก่งมากที่ใส่คาแรกเตอร์และจิตวิญญาณลงไปให้ดูมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ จนคนดูอาจลืมไปเลยว่าตัวละครไม่ใช่คน การแสดงออกต่างๆ มีความเป็นมนุษย์ อารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร ถูกส่งผ่านการเคลื่อนไหวของส่วนประกอบที่เป็นตัวรถ ทั้งฝากระโปรง ลูกตา ล้อ ไฟหน้า
คนดูจะรู้สึกเหมือนกำลังดูชีวิตนักกีฬาคนหนึ่ง ที่แม้จะเก่งกาจขนาดไหน วันหนึ่งก็ต้องเผชิญกับคลื่นลูกใหม่ที่ยากจะทานกำลัง หนังมีความจริงจัง และตลกน้อยลง แต่ยังคงมีบรรยากาศความอบอุ่นของมิตรภาพระหว่างเพื่อน และความสัมพันธ์ระหว่างครูและลูกศิษย์
Cars 3 ได้ไบรอัน พี ผู้เขียนสตอรีบอร์ดหนังสองภาคแรกเป็นผู้กำกับ โดยผู้กำกับคนเดิม จอห์น ลาสเซเตอร์ทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ แม้หนังจะออกแนวดาร์ค แต่เป็นหนังที่ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เด็กๆ จะสนุกกับเนื้อเรื่อง และการ์ตูนสั้นที่ไม่มีบทพูด ซึ่งมีก่อนจะฉาย Cars 3 ส่วนผู้ใหญ่ก็น่าจะประทับใจและซาบซึ้งกับข้อคิดดีๆ และงานภาพของหนัง ซึ่งละเอียดและสวยงามมาก โดยเฉพาะภาพทิวทัศน์ซึ่งสวยเสมือนถ่ายทำจากของจริง

Overdrive
พูดถึงหนังเกี่ยวกับการซิ่งรถ แน่นอนว่าคนดูจะนึกถึงหนังตระกูล Fast เป็นอันดับแรก
ทั้งๆ ที่ความจริงมีหนังซิ่งรถที่สนุกหลายเรื่อง เช่น Death Race หนังซิ่งรถสุดมัน ห้ำหั่นกันระหว่างนักโทษ ไม่มีกฎกติกา ถ้าไม่ชนะก็ตาย Race หนังที่สร้างจากเรื่องจริงของนักแข่ง 2 คน เจมส์ ฮันท์ และ นิกิ เลาดา ที่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในสนามรถแข่ง หรือ Gone in 60 Seconds เรื่องของหัวขโมยรถมือฉกาจที่หันหลังให้วงการ แต่ต้องกลับไปโจรกรรมรถเพื่อแลกกับชีวิตน้องชาย
Overdrive มีส่วนผสมของหนังรถซิ่งเหล่านี้ หนังเล่าเรื่องพี่น้องหัวขโมยรถตามออเดอร์สองคน แอนดรูว์ (สก็อต อีสต์วูด) และ การ์เร็ตต์ (ฟอร์ดี้ ธอร์พ) ที่ร่วมกันขโมยรถยนต์บูกัตติ 1937 ของเจ้าพ่อมาเฟีย จาโคโม โบริแอร์ (ไซมอน อับคาเรียน) แต่ถูกจับได้ โบริแอร์ไว้ชีวิตโดยมีข้อแม้ว่า ทั้งสองต้องไปขโมยรถเฟอร์รารีรุ่น 250 GTO 1962 ของมาเฟียคู่ปรับ แมกซ์ เคลมป์ (เคลเมนส์ ชิค) มาให้เขาภายในหนึ่งสัปดาห์ ปฏิบัติการล้วงคองูเห่าจึงเกิดขึ้น มีการวางแผนซ้อนแผนอย่างแยบยล พอให้คนดูได้ลุ้นสนุกๆ
หนังเชิญชวนให้คนไปดู โดยยกประเด็น ผู้เขียนบทหนังคือ ไมเคิล แบรนท์ และดีเร็ค ฮาส มือเขียนบทหนังแอคชั่นมันๆ เรื่อง 2 Fast 2 Furious และ Wanted มาโฆษณา ซึ่งต้องยอมรับว่าฉากแอคชั่นของหนัง Overdrive สนุกพอสมควร แต่บทส่วนอื่นค่อนข้างพื้นๆ แม้จะมีการหักมุมแต่ก็ไม่ทำให้คนดูตื่นเต้นกับมุกหักมุมแบบนี้
และเป็นธรรมดาของหนังแนวโจรกรรม ที่ก่อนปฏิบัติการจะต้องมีการฟอร์มทีม การกระตุกหนวดเสือของแอนดรูว์และการ์เร็ตต์ ครั้งนี้ นอกจากสเตฟานี (อนาเด อาร์มาส) แฟนสาวของแอนดรูว์ และ เพื่อนสาวนักล้วงกระเป๋าของสเตฟานี (ไกยา ไวสส์) แล้ว ทีมโจรกรรมคนอื่นของแก๊งนี้ที่หนังพาไปรู้จัก ดูกิ๊กก๊อก ออกแนวตลก เหมือนเลียนแบบทีมงานนักซิ่งของ ดอม โทเรตโต ในหนังเฟรนไชส์ Fast ที่มี โรมัน เพียรซ์ (ไทริส กิบสัน) เป็นตัวชูโรง แต่ทั้งรูปลักษณ์และทักษะไม่ชวนให้ประทับใจเท่า
ฉากที่น่าสนใจคือ ฉากแอคชั่นและการซิ่งรถไล่ล่ากันบนทางขึ้นภูเขา ทิวทัศน์ทั้งสวยทั้งอันตราย ฉากระเบิดสะพานขณะซิ่งรถ และฉากดิ่งตัวจากสะพานลงมาขโมยรถ เป็นฉากที่น่าดูมาก น่าเสียดายที่ทั้งสองฉากนี้ มีปรากฏในหนังตัวอย่าง ทำให้ความตื่นเต้นในการดูน้อยลง
นอกจากแอคชั่นที่ดีและดูสนุกแล้ว Overdrive น่าจะเหมาะสำหรับคอหนังที่รักรถ โดยเฉพาะสาวกรถ BMW คงถูกใจเป็นพิเศษ เพราะในหนังเรื่องนี้ใช้รถ BMW เกือบทุกรุ่น ในฉากไล่ล่าและหลบหนีกัน นัยว่า BMW เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีรถหรูโบราณพาเหรดมาให้ผู้ที่รักรถได้ชื่นชม เช่น Aston Martin และ Ford Mustang เป็นต้น

