เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ปี 2467 สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โดย หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) เลยเผยเเพร่คลิปวิดีโอพระราชพิธีความยาว 11.32 นาที เป็นภาพยนตร์ผลงานของ กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง
สำหรับกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง เป็นหน่วยงานสร้างภาพยนตร์ที่ดำเนินการโดยรัฐที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ช่างถ่ายหนังสำคัญของกองภาพยนตร์ คือ ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต (เปล่ง ไตรปิ่น) และหลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต) ผลงานภาพยนตร์ของกองภาพยนตร์ฯได้รับการนำออกฉายในโปรแกรมภาพยนตร์ข่าวของโรงภาพยนตร์ทั่วสยาม กองภาพยนตร์ฯถูกยุบเลิกไปหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
เมื่อปี พ.ศ.2524 มีการค้นพบฟิล์มภาพยนตร์ของกองภาพยนตร์ฯจำนวนหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่าเป็นฟิล์มภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในยุครัชกาลที่ ๗ และเป็นฟิล์มขนาด 35 มม. เงียบ
สำหรับภาพยนตร์บันทึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้จะเป็นเศษเหลือจากการตัดต่อ และมีความยาวรวมกันประมาณ ๑๐ นาที แต่ก็เป็นภาพที่แสดงให้เห็นเหตุการณ์สำคัญในพระราชพิธีโดยตลอด ได้แก่ การก่อสร้างพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯทรงยกพระบรมมหาเศวตฉัตรประดับยอดเมรุ พระราชพิธีกงเต๊ก การอัญเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระยานมาศสามลำคานขึ้นเกรินบันไดนาคเพื่อเชิญขึ้นประดิษฐานบนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ณ พลับพลาหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ก่อนจะแห่ริ้วกระบวนสู่พระเมรุมาศท้องสนามหลวงท่ามกลางประชาชนที่มาเฝ้าฯถวายสักการะพระบรมศพ
โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับพระราชยานกง เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนราบจากพระบรมมหาราชวังมาในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และภาพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับพระวอสีวิกากาญจน์ เสด็จฯโดยกระบวนราบมาในพลับพลาพระราชพิธีท่ามกลางข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และชาวต่างชาติที่มาร่วมถวายความเคารพพระบรมศพ ภาพข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นราชสกุล เดินสามหาบโดยอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ ภาพการอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรมและอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นสู่พระที่นั่งราเชนทรยาน ตั้งกระบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่อัญเชิญจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวังเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลในลำดับต่อไป
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี ๒๕๖๐ โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

