เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 10.00 น. มีการถ่ายทอดสดรายการ “ขรรค์ชัย บุนปาน-สุจิตต์ วงษ์เทศ ทัวร์ทอดน่องท่องเที่ยว ตอน วัดโพธิ์โสภาสถาพร” ผ่านเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์ ดำเนินรายการโดย เอกภัทร์ เชิดธรรมธร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงต้นของรายการ พระราชเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ให้เกียรติเล่าประวัติวัดซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเรียกวัดโพ หรือวัดโพธาราม ไม่ทราบปีที่สร้างอย่างแน่ชัด ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 1 ขึ้นครองราชย์ ได้โปรดให้สถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และมีการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมา โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นการบูรณะครั้งใหญ่ นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตเป็นการชั่วคราวก่อนย้ายไปประดิษฐานในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ในเครือมติชน กล่าวว่า ตนเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่ พ.ศ.2497 แต่ไม่เคยมาวัดโพธิ์เลย กระทั่งพ.ศ.2504 นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บ.มติชน จำกัด (มหาชน) ซึ่งขณะนั้นเป็นเพื่อนเรียนมัธยมด้วยกันชวนมาเที่ยวที่วัดแห่งนี้ โดยท่องกลอนของ “เสมียนมี” จากนิราศพระแท่นดงรังให้ตนได้ยินเป็นครั้งแรก โดยวรรคที่มีชื่อเสียงอย่างมากคือ “เห็นวัดโพธิ์โสภาสถาพร สง่างอนงามพริ้งทุกสิ่งอัน” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อตอนในการถ่ายทอดครั้งนี้

นายสุจิตต์ กล่าวต่อว่า วัดโพธิ์ตั้งอยู่กลางชุมชนการค้าของชาวจีน และชาวญวน ไม่ได้ตั้งอยู่โดดๆ ถือเป็นวัดสำคัญอย่างยิ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ เคยเกิดเหตุการณ์สำคัญมากมาย เช่น สมัยกรุงธนบุรี เคยมีการปลด “พระพิมลธรรม” วัดโพธาราม แต่ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 โปรดให้คืนสมณศักดิ์ กระทั่งได้เป็น “สมเด็จพระพนรัตน์” ซึ่งมีบทบาทในศาสนจักรอย่างยิ่ง นอกจากนี้ คนสำคัญในประวัติศาสตร์อย่าง “กศร.กุหลาบ” ก็เคยบวชเป็นสามเณรที่วัดแห่งนี้ โดยเป็นลูกศิษย์ของกรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีฉายาว่า “เกศโร” จึงนำมาตั้งเป็นนามปากกาว่า กศร.นั่นเอง ดังนั้น ตนไม่เชื่อว่ากศร.กุหลาบจะเป็นคนขี้โกหก หรือจอมกุ ตรงกันข้าม ถือว่าเป็นคนมีความรู้ ได้รับการศึกษาอย่างดี

สำหรับประเด็นเรื่องการเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งแรก” นั้น นายสุจิตต์กล่าวว่า ต้องพิจารณาว่านิยมของคำว่ามหาวิทยาลัยคืออะไร ?
“หากยึดตามอย่างตะวันตก ต้องบอกว่าในยุคนั้นสยามยังไม่มีแนวคิดเรื่องการศึกษาสำหรับมวลชน ซึ่งเพิ่งเริ่มในสมัยรัชกาลที่ 6 จารึกในวัดโพธิ์ ล้วนเป็นความรู้ของชนชั้นสูง เช่น โคลง ฉันท์ กลอนกลบท ซึ่งเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่ความรู้สามัญ และชาวบ้านสมัยก่อนยังอ่านหนังสือไม่ออก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการประมวลวิชาความรู้มากมายไว้ที่นี่ เป็นสัญลักษณ์ของการเตรียมพร้อมรับมือตะวันตกซึ่งคือสิ่งที่ต้องเผชิญต่อไป” นายสุจิตต์กล่าว
นายธัชชัย ยอดพิชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒนธรรม วิทยากรรับเชิญ กล่าวว่า พระพุทธรูปในระเบียงคดชั้นในรอบพระอุโบสถวัดโพธิ์ ล้วนคัดมาจาก “สุโขทัย” ทั้งสิ้น เชื่อมโยงกับความเป็นพุทธมามกะของรัชกาลที่ 1 อีกทั้งสะท้อนว่าเจ้านายในราชสำนักมองสุโขทัยเป็นรัฐอุดมคติ

นายธัชชัยยังบรรยายถึงรายละเอียดโบราณวัตถุสถานในวัดอีกหลายแห่ง เช่น ซุ้มโขลนทวาร, ภาพสลักรูปสำเภา, ภาพเล่าเรื่องรอบกำแพงแก้วของพระอุโบสถที่คาดว่ามาจากชาดก แต่ยังไม่มีผู้ทำการศึกษาวิจัย เป็นต้น รวมถึงประเด็นของ “ตุ๊กตาอับเฉา” ในวัดโพธิ์ ที่มีผู้เสนอว่า ไม่ได้มาจากจีน เนื่องจากพบเอกสารระบุที่มาของหินจากแหล่งต่างๆในไทย
นายธัชชัยกล่าวต่อถึงประเด็นการสร้างพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล ได้แก่ 1. เจดีย์ประดับกระเบื้องเคลือบสีเขียวซึ่งรัชกาลที่ 1 โปรดให้สร้างขึ้นสำหรับบรรจุพระพุทธรูปสำคัญอย่างพระศรีสรรเพชญ์ จากกรุงศรีอยุธยาที่เสียหายมาก จนไม่สามารถปฏิสังขรณ์ได้ อย่างไรก็ตามประเด็นนี่ ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ ม.รามคำแหงมีข้อเสนอทางวิชาการอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจสามารถหาอ่านได้ในหนังสือ “พระศรีสรรเพชญ์ ไม่ได้ถูกเผาลอกทองตอนกรุงแตก” 2. เจดีย์ที่รัชกาลที่ 3 โปรดให้สร้างถวายรัชกาลที่ 2 ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว 3. เจดีย์ที่รัชกาลที่ 3 โปรดให้สร้างถวายเป็นพุทธบูชา ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง 4. เจดีย์ที่รัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างตามรูปแบบของเจดีย์ที่วัดสวนหลวงสบสวรรค์ หรือเจดีย์ศรีสุริโยทัย ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาบ หรือสีน้ำเงินเข้ม

