ถือเป็นงานเสวนาเพื่อสิ่งแวดล้อมส่งท้ายปี 2560 เมื่อกลุ่มเพื่อนแม่น้ำและเครือข่าย จูงมือกันผุดงานเสวนา “แม่น้ำเจ้าพระยาของเรา จะเอายังไงดี? “ Chaopraya River , What s Next ? ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา
โดย นิวัติ กองเพียร อดีตคอลัมนิสต์ดัง ได้บอกเล่าถึงการใช้ชีวิตที่อยู่กับน้ำ โดยการดำเนินชีวิตยังสามารถรักษาแม่น้ำและมีวิถีปรับตัวเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดน้ำท่วม เช่น บ้านที่คลองพระอุดมจะมีเรือเมื่อหน้าน้ำมาก็ใช้ชีวิตได้ปกติ ปัจจุบันการสร้างถนนกลายเป็นที่กั้นน้ำ ประตูน้ำควรเอาไว้ระบายน้ำ ไม่ได้มีไว้กักน้ำ และวิถีการอยู่กับน้ำนั้นห่างไกลกับคนยุคปัจจุบันมากขึ้น
ด้านอาร์ติส อย่าง วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ ก็มาฉายภาพแห่งความประทับใจต่อการเดินทางโดยระบุถึงการรับรู้รายละเอียดในพื้นที่ วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ระบบนิเวศเกิดขึ้นตามสายน้ำ มุมมองที่แปลกตาที่การค้นหาทางอินเตอร์เนตไม่สามารถจะหาได้ เช่น ฐานทัพลับเป็นที่สำหรับรอน้ำเปลี่ยนทิศและเส้นทางในคลองประเวศน์ คลองพระขโนง หัวตะเข้ ฯลฯ น้ำเปลี่ยนทิศทางในการล่องเรือ เพียงแต่เราแค่ต้องจริงจังและใฝ่รู้ ใฝ่หา ในการทางเข้าถึงสายน้ำให้ได้เท่านี้ การเรียนรู้นำไปสู่การให้คุณค่า ทำให้เกิดความรักและหวงแหนต่อสายน้ำที่มีอยู่ แม่น้ำ มีคุณค่าต่อการเก็บไว้อย่างแท้จริง
ส่วน ศิวะภาค เจียรวนาลี มีความเห็นในมุมมองของนักสื่อสาร เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยการตั้งคำถามว่า การสื่อสารแบบใดที่ทำจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม ? การติดแฮชแท็ก คำว่า RIVER ให้ได้ยอดมากๆ การทำ vedio square อาจเป็นอีกทางที่ช่วยสื่อสารให้สังคมได้รับรู้ แต่ก็มีคำถามต่อ แล้วเรามีแม่น้ำไปเพื่ออะไร
มาถึง กิตติรัตน์ ปิติพานิช มองเรื่องโอกาสมาจากการเข้าใจผู้คน โอกาสเกิดจากการสร้างการมีส่วนร่วม ถึงแม้คลองจะถูกลดบทบาทลง เราอาจสร้างมูลค่าเพิ่มได้จากการมีส่วนร่วมของผู้คน
ตบท้ายที่ ยศพล บุญสม ผู้ก่อตั้งกลุ่มเพื่อนแม่น้ำ ออกมาทบทวนถึงการทำงาน ว่าต่อไปเราจะเอายังไงกันดี ? แม้โครงการริมน้ำจะถูกพูดถึงมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2530 รวมถึงรัฐบาลให้ของขวัญประชาชนในปี 2558 ถึงการสร้างทางเลียบริมน้ำ ข่าวแสนงงที่ออกมาในปี ธันวาคม 2560 เกี่ยวกับการประมูลโดย กทม. ทั้งที่ ครม. ยังไม่อนุมัติ ทำให้เกิดคำถามว่า ยังมีโอกาสที่ดีกว่านี้หรือไม่ที่จะเข้าถึงแม่น้ำโดยไม่ทำลายธรรมชาติ ? Friends of the River ไม่ได้เพียงแต่ต้องการบอกรัฐบาลว่า ไม่ให้คุณทำ แต่เราไม่เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำนี้จะนำไปสู่สิ่งที่ดี เพียงแต่ขอให้ช่วยทบทวนและหาทางเลือกที่เหมาะสม โดยการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมที่แท้จริง





