‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์’ ลั่น “เสียงเหน่อ” ต้องไม่ถูกลืม เผยเป็นสำเนียงหลวงยุคกรุงเก่า ลุยคูน้ำยุคแรกสร้างเมืองสุพรรณฯ

23.01.18 | 16:25 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มกราคม ที่ตลาดชั่วคราว ถนนเณรแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี มีการถ่ายทอดสดรายการ ‘ขรรค์ชัย บุนปาน-สุจิตต์ วงษ์เทศ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ตอน เหน่อสุพรรณ สร้างสรรค์ความเป็นไทย สมัยอยุธยา ผ่านทางเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์ เอกภัทร เชิดธรรมธร รับหน้าที่พิธีกร

นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ในเครือมติชน กล่าวว่า พื้นที่ซึ่งเป็นจังหวัดสุพรรณบุรีในทุกวันนี้ มีชุมชนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ 3,000 ปีมาแล้ว ต่อมามีการค้าขายในภูมิภาค เติบโตเป็นชุมชนเมือง มีคูน้ำคันดินล้อมรอบมากกว่า 2,000 ปีมาแล้ว เรียกเมืองอู่ทอง (อำเภออู่ทอง) บนเส้นทางอ่าวเมาะตะมะ-อ่าวไทย รู้จักในชื่อ สุวรรณภูมิ ซึ่งตั้งตามคัมภีร์มหาวงศ์ พงศาวดารลังกา อู่ทอง แรกรับศาสนาพุทธ-พราหมณ์ เครือข่ายวัฒนธรรมทวารวดี 1,500 ปีมาแล้ว โดยมีภาษาไต-ไทเป็นภาษากลางทางการค้ากับดินแดนลุ่มน้ำโขง ครั้นหลัง พ.ศ.1600 มีการสร้างคูน้ำ กำแพงเมืองผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีแม่น้ำท่าจีนผ่ากลางเมือง

ต่อมา รัฐสุพรรณภูมิ เปลี่ยนเป็น ‘เมืองสุพรรณบุรี’ เมื่อสถาปนากรุงศรีอยุธยาราว 600 ปีมาแล้ว

“ในอยุธยา คนไม่ไทยกลายเป็นคนไทย โดยพูดภาษาไทยเป็นภาษากลาง เรียกตัวเองว่าไทย มีอักษรและวรรณคดีไทย เหน่อสุพรรณ สร้างสรรค์ความเป็นไทยต้องไม่ถูกลืม สำเนียงเหน่อสุพรรณเป็นสำเนียงหลวงสมัยอยุธยา มีหลักฐานจากการเจรจาโขนซึ่งต้องใช้สำเนียงเหน่อตามจารีต แสดงว่านี่คือสำเนียงเดิมครั้งกรุงเก่า” นายสุจิตต์กล่าว

นายสุจิตต์ กล่าวต่อว่า พื้นที่ซึ่งตนยืนอยู่นี้ คือคูเมืองฝั่งตะวันออก ริมถนนเณรแก้ว แม้ดูเผินๆ ไม่เห็นซากโบราณสถาน แต่แท้จริงแล้วเป็นโบราณที่สำคัญ เชื่อว่าเป็นคันดินยุคแรกของเมืองสุพรรณ แต่ถูกทำลายไปหมดแล้ว ส่วนกำแพงฝั่งตะวันออกยังเหลือซากอิฐอยู่ โดยมีชุมชนอยู่โดยรอบ ตนมองว่าคนกับโบราณสถานอยู่ร่วมกันได้ แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่ภาครัฐให้ความสำคัญแต่วัดวาอาราม ไม่สนใจคนที่อยู่รอบวัด ผู้บริหารเมืองก็เอาแต่ไล่คน เช่น กรณีชุมชนป้อมมหากาฬในกรุงเทพที่เกิดปัญหายืดเยื้อมานาน 25 ปี จนถึงปัจจุบัน

Advertisement

จากนั้นเป็นการร้องเพลงโดยนายนพพร เพริศแพร้ว ศิลปินดังจากรายการ The winner is ซึ่งเป็นชาวสุพรรณบุรีโดยกำเนิด ขับร้องเพลง ‘เหน่อ’ แต่งคำร้องโดยนายสุจิตต์ วงษ์เทศ เมื่อ พ.ศ.2551 มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตั้งคำถามว่า สำเนียงเหน่อมาจากไหน พร้อมระบุว่าเหน่อคือสำเนียงหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ว่าไพร่ฟ้าประชาชนหรือพระมหากษัตริย์ล้วนมีสำเนียงที่ปัจจุบันเรียกว่าเหน่อ

ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยากรรับเชิญ กล่าวว่า จุดที่ยืนอยู่นี้ คือถนนเณรแก้วในปัจจุบันซึ่งเชื่อว่าเป็นกำแพงเมืองสมัยแรกของสุพรรณฯ ควรมีการส่งเสริมให้คนทั่วไปรู้จัก พื้นที่บริเวณนี้มีหลักฐานร่วมสมัยกับวัดป่าเลไลยก์วรวิหารและวัดสนามไชย ยุคต้นกรุงศรีอยุธยา

“กำแพงเมืองสุพรรณสมัยแรก คูน้ำคันดินคร่อมสองฟากแม่น้ำท่าจีน ยาวจากเหนือไปใต้ ราว 3,600 เมตร มีความกว้างจากตะวันออกไปยังตะวันตก 1,900 เมตร” ผศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าว

นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สมัยเป็นนักเรียนมัธยม เคยมีเพื่อนเป็นตำรวจชวนมาเยี่ยมแม่ที่สุพรรณ ฯ นั่งรถจากหน้าโรงหนังควีนส์ ย่านวังบูรพา ราวเที่ยงตรง ถึงสุพรรณ 2 ทุ่ม หิวมาก แต่ไม่มีเงิน สุดท้ายกินข้าวคลุกซีอิ๊ว

นายขรรค์ชัย กล่าวด้วยว่า ในอดีต การคมนาคมมายังจังหวัดสุพรรณบุรีนั้น นอกจากทางรถยนต์แล้ว ยังสามารถใช้เรือโดยสาร ลงเรือที่ท่าปากคลองตลาด แต่เมื่อถนนมีบทบาทมากขึ้น เรือก็แล่นถึงแค่บางบัวทอง

“การเดินทางสมัยก่อนมีสีสันมาก ตามท่าเรือมีของขายเยอะแยะ ถั่ว ไก่ย่าง กล้วย อ้อย เป็นของที่ขนย้ายและพกพาสะดวก ตอนเรียนโบราณคดี เคยนั่งรถจากอยุธยามาสุพรรณฯ สมัยนั้นมีแต่ป่าอ้อย ไม่ถึงสักที (หัวเราะ) เดิมสุพรรณฯ เป็นจังหวัดปิด สมัยก่อนมีโจรเยอะ เรียกว่า เสือ ไข้ป่าก็ชุกชุม ในยุคหลังต้องขอบคุณท่านบรรหาร (นายบรรหาร ศิลปอาชา) ที่ทำให้ที่นี่เจริญขึ้นมาก” นายขรรค์ชัยกล่าว

อนึ่ง การถ่ายทอดสดครั้งนี้ได้รับการสนุนโดย ซาร่า, บริษัทไทย เบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท มายด์เอจ อินโนเวชั่น จำกัด