The Post อีกหนึ่งหนังชิงรางวัลของสปีลเบิร์ก

3.02.18 | 16:38 น.
The Post อีกหนึ่งหนังชิงรางวัลของสปีลเบิร์ก

The Post อีกหนึ่งหนังชิงรางวัลของสปีลเบิร์ก

รายชื่อหนังชิงรางวัล ไม่ว่าจะของสำนักใดๆ หากไม่มีชื่อหนังของสตีเวน สปีลเบิร์ก จะรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างหายไป

มาปีนี้ The Post ที่สปีลเบิร์กกำกับและอำนวยการสร้าง มาตามนัด เริ่มจากเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 75 ถึง 6 สาขา แม้จะพลาดไม่ได้สักรางวัล แต่ก็ไปคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (The National Board of Review) ตามด้วยรางวัลนักแสดงนำชาย ทอม แฮงค์ และนักแสดงนำหญิง เมอรีล สตรีป

ก็ไม่ทราบว่า รางวัลดังกล่าวจะเป็นการกรุยทางไปสู่รางวัลออสการ์ ที่ The Post ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสองสาขาคือ รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม หรือไม่ คงต้องติดตามดูต่อไป

The Post เป็นหนังที่สร้างขึ้นเพื่อล่ารางวัลโดยแท้ นอกจากระดมดารามากฝีมือระดับออสการ์ถึงสองคนคือ ทอม แฮงค์ และ เมอรีล สตรีป แล้ว ยังได้มือเขียนบทรางวัลออสการ์ปี 2016 จอช ซิงเกอร์ ที่เคยเขียนบทหนังแนวเดียวกันอย่าง Spotlight มาช่วยสร้างความเข้มข้นของเนื้อเรื่อง ที่มาจากเรื่องจริงเกี่ยวกับการตีแผ่เอกสารลับเพนตากอน (The Pentagon Papers) ที่เปิดโปงให้เห็นคำลวงเรื่องสงครามเวียดนามที่สหรัฐปกปิดเอาไว้อย่างเป็นระบบ ภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีถึงสี่คน (ทรูแมน ไอเซนฮาวร์ เคนเนดี้ และจอห์นสัน)

Advertisement

เดอะนิวยอร์คไทม์สเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกที่ตีพิมพ์เอกสารลับฉบับนี้ในปี 1971 แล้วถูกประธานาธิบดีนิกสันใช้อำนาจศาลสั่งระงับการพิมพ์โดยอ้างเรื่องความมั่นคงของประเทศ แต่หนังให้น้ำหนักของเรื่องไปที่การพยายามตีพิมพ์เรื่องนี้ของเดอะวอชิงตันโพสต์มากกว่า ทั้งนี้อาจเพราะเจ้าของสำนักพิมพ์และบรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณาของหนังสือพิมพ์นี้เป็นผู้หญิง แคทเธอรีน แกรห์ม (เมอรีล สตรีป) ซึ่งสังคมสมัยนั้นยังไม่สู้จะยอมรับผู้หญิง

เคย์ หรือแคทเธอรีน เป็นผู้หญิงจากตระกูลผู้ดี ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำหนังสือพิมพ์เลย แต่เพราะสามีตาย เธอจึงต้องแบกรับงานนี้ไว้ งานที่เธอถูกสบประมาทคาดหน้าจากหุ้นส่วนผู้ชายคนอื่นๆ ว่า “เคย์ ผู้คนห่วงที่มีผู้หญิงมาคุมหนังสือพิมพ์ กลัวกันว่าจะไม่มีปัญญาตัดสินใจในเรื่องยาก”

ในการต่อสู้เพื่อเปิดโปงเอกสารลับเพนตากอน เคย์เป็นตัวละครที่จะต้องเผชิญกับการสูญเสียมากที่สุด เธอถูกกดดันอย่างหนัก ทั้งจากเพื่อนสนิท โรเบิร์ต แมคนามารา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เป็นคนสั่งทำเอกสารนี้ ทั้งยังต้องเสี่ยงกับการสูญเสียทรัพย์สินของตระกูล ที่หากรัฐบาลชนะคดี เดอวอชิงตันโพสต์จะดับสูญทันที รวมทั้งเธอและเบน แบรดลี่ (ทอม แฮงค์) บรรณาธิการจะต้องติดคุก

เมอรีล สตรีป แสดงเป็น แคทเธอรีน แกรห์ม ได้อย่างสมบทบาท ไม่ว่าจะถูกดูถูกหรือถูกคุกคาม สีหน้า สายตาและท่าทางเธอ สอดคล้องกับความกดดันที่กำลังเผชิญ ชอบมากกับบทที่เธอโต้ตอบเพื่อนสนิทอย่าง โรเบิร์ต แมคนามารา ว่า “ฉันมาขอคำแนะนำจากคุณ บ๊อบ ไม่ใช่มาขออนุญาต” สมศักดิ์ศรีนักแสดงรางวัลออสการ์ และดาราที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์มากที่สุดถึง 21 ครั้ง

ประเด็นหลักของหนังจริงๆ ต้องการพูดถึงการต่อสู้ของคนทำหนังสือพิมพ์ที่เอาอาชีพการงานและเสรีภาพของตนเข้าไปเสี่ยงเพื่อตีแผ่ความจริงที่รัฐบาลซ่อนเร้น โดยไม่สนใจกับการคุกคามของรัฐบาล ที่ใช้อำนาจทุกวิถีทางที่จะระงับการตีพิมพ์ เป็นความขัดแย้งกันระหว่างรัฐบาล (ผู้มีอำนาจ) และหนังสือพิมพ์ที่น่าจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

หนังเหมือนจะเป็นแนวเดียวกันกับหนังดังที่ได้รับการยกย่องและคว้ารางวัลมากมายในอดีตอย่าง ALL the President’s Men และ Spotlight แต่สองเรื่องดังกล่าวพูดประเด็นการเข้าไปสืบสวนหาข่าวเชิงลึกของนักหนังสือพิมพ์ ที่ทำตัวเป็นเหมือนนักสืบ หาเบาะแส เจาะข่าวแบบ Investigative Report และนำมาวิเคราะห์สรุปประเด็น

ในขณะที่ The Post ไม่ต้องหาข่าวด้วยตัวเอง มีผู้นำข่าวมามอบให้แล้ว ที่ต้องทำคือการถ่ายทอดความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณชน แม้จะถูกสกัดกั้น และถูกอุบายแทรกแซงอย่างหนักจากฝ่ายรัฐบาล

คอหนังออสการ์น่าจะชอบหนังแนวนี้ เป็นหนังดีมีคุณภาพ แต่ในแง่ความสนุก ถ้าพูดถึง สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้วิจารณ์ชอบหนังแนว Indiana Jones, Jurassic Park, Jaws , E.T. The Extra Terrestrial หรือหนังสงครามแบบ Schindler’s List และ Saving Private Ryan มากกว่า