ผู้เชี่ยวชาญผ้าโบราณเชื่อ อยุธยาเต็มไปด้วยเสียง “กระพรวน” เหตุผู้ดีฮิตแขวนที่องคชาต

24.03.18 | 22:10 น.

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม เวลา 13.30 น. ที่ช่างชุ่ย ถนนสิรินธร เขตบางพลัด กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับช่างชุ่ย จัดงาน “ตามรอยออเจ้าเล่าเรื่องกรุงศรีที่ช่างชุ่ย” วิทยากรได้แก่ ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง , รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง อาจารย์คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร และ อ.ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ สำนักศิลปวัฒธรรม ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ดำเนินรายการโดย เอกภัทร เชิดธรรมธร และวิกรานต์ ปอแก้ว

อ. ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ ผู้เขี่ยวชาญอยุธยาอาภรณ์ กล่าวว่า ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส อยู่ในยุคพระนารายณ์ การทำงานต้องค้นคว้าแบบแผนซึ่งมีเอกสารระบุว่าขุนนางตำแหน่งใดแต่งกายอย่างไร อยู่ตรงไหนในขบวน เช่น พระเจ้าแผ่นดินทรงเรือพระที่นั่งกิ่ง ให้หัวหมื่น นายเวร จ่าหุ้มแพร นุ่งสมปักลาย ซึ่งในละครก็มีพูดถึง ทั้งยังระบุด้วยว่า ห่มเสื้อครุย ใส่พอกเกี้ยว ตามบรรดาศักดิ์ สำหรับคำว่า สมปักเป็นคำเขมร แปลว่าผ้านุ่ง สยามนำมาใช้ในความหมายว่า ผ้านุ่งพระราชทาน โดยมี 3 อย่าง คือ 1.สมปักปูม 2.สมปักไหม ใช้ในพระราชพิธี 3. สมปักลาย สั่งจากอินเดีย

อ.ธีรพันธุ์ ยังเล่าถึงฉากในละครซึ่งเมื่อพระเอกได้อวยยศเป็นขุนศรีวิสารวาจา ได้รับพระราชทานผ้านุ่ง, เสื้อ , คนโท และร่ม เรียกว่า สัปทน เป็นต้น ซึ่ง “ไอ้จ้อย” ต้องคอยถือตามตลอด การแบ่งยศ แบ่งจากลาย เป็นหลัก ส่วนเรื่องสี ยังค้นคว้าไปไม่ถึง การแต่งกายที่สืบทอดหลายร้อยปีคือการนุ่งจีบ-โจง และห่มสไบ สิ่งที่เปลี่ยนคือลวดลายซึ่งเป็นไปตามยุคสมัย และความนิยม สำหรับชนิดของผ้า มีหลากหลายชนิด แต่มองว่าคนไทยชินกับการนุ่งฝ้าฝ้าย ด้วยสภาพอากาศที่ร้อน ส่วนเสื้อในละครที่โกษาปานนิยมใส่ คือ เสื้อแพร สำหรับใส่เที่ยว ไม่ใช่เครื่องแบบ สำหรับชาวต่างชาติยุคนี้น หากทำละครสามรถค้นคว้าได้จากตำราตัดเสื้อฝรั่งตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 หากนำมาเทียบ จะทราบเลยว่าแต่งอย่างไร มึการแยกกันด้วยระหว่างชุดกลางวันกับชุดกลางคืน

“ตลาดในอยุธยา ตรงกับละครซึ่งทำการบ้านมาดี ในเอกสารโบราณบอกว่าย่านท่าทรายขายผ้าสมปัก สะท้อนว่าถ้าพระพระราชทานเกิดชำรุดแล้วยังไม่สามารถขอพระราชทานใหม่ สามารถซื้อใช้ชั่วคราวได้ สำหรับทรงผมแม่หญิงการะเกด เรียกว่าผมปีก ส่วนผู้ชายยุคนั้นโกนผมรอบศีรษะ เวลาเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ไม่ใส่เสื้อ
ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศในอยุธยา น่าจะเต็มไปด้วยเสียงกระพรวน เพราะผู้ดีจะแขวนกระพรวนที่องคชาต” อ.ธีรพันธ์กล่าว โดยในตอนท้ายมึการสาธิตการนุ่งผ้าแบบต่างๆ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก รวมถึงมีการมอบรางวัลให้ผู้แต่งกายชุดไทยมาร่วมงานอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในงานคึกคักตลอดรายการ โดยมีผู้ทะยอยร่วมงานตั้งแต่ก่อนเวลาเริ่มงาน จนเก้าอี้ที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ต้องจัดหามาเพิ่มเติม บางรายแต่งชุดไทยในสมัยต่างๆ สร้างสีสันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาจากวิทยาลัยราชสุดา ม.มหิดล เข้าร่วมงานโดยมีล่ามภาษามือ อีกทั้งมีผู้มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการเข้าร่วมฟัง อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ธรรมศาสตราภิชาน ม.ธรรมศาสตร์ และนางวีรพร นิติประภา นักเขียนรางวัลซีไรต์ จากเรื่อง ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต เป็นต้น

Advertisement
ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ