ททท.-ช่างชุ่ย เปิดวิถีชีวิต ‘อีสาน’ มุมใหม่ ยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยว

5.04.18 | 17:59 น.

เมื่อเวลา 14.20น. วันที่ 5 เมษายน ที่อาคารดูจิตแล้วอะไรก็ช่าง ช่างชุ่ย ถนนสิริธร จัดการแถลงข่าวการจัดงาน “Isan Spirit Featival สร้างสรรค์แนวคิดวิถีถิ่น สู่วิถีเทรนด์ ดึงนักท่องเที่ยวและคนกรุงมุ่งสู่อีสานแซ่บนัว” โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ ช่างชุ่ย จัดขึ้นมีศิลปินผู้สร้างสรรค์จากภาคอีสานร่วมงานจำนวนมาก

ชนกพร ถิ่นพังงา ผู้จัดการทั่วไปช่างชุ่ย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามุ่งมั่นตั้งใจเรื่องการสนับสนุนให้คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ ผลักดันความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากคนไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลก โดยในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนสำคัญของประเทศ เพราะถือเป็นปีใหม่ไทย จึงใช้โอกาสนี้ส่งเสริมให้คนไทยหันมาสนใจวัฒนธรรมและศิลปะได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยนำความคิดสร้างสรรค์ที่เราทำมาร่วมกับศิลปินลูกอีสาน 3 ท่าน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานและงานศิลปินที่สามารถเข้าถึงได้ นำเสนอในรูปแบบอีสานสปิริต

“งานครั้งนี้ช่างชุ่ยวางแผนจะเริ่มต้นในช่วงสงกรานต์ เราอยากจะทำให้สงกรานต์ในกรุงเทพเป็นสงกรานต์ที่สนุก สร้างสรรค์ และปลอดภัย โดยที่เราจำลองเหตุการณ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนา ซึ่งเราได้ปลูกข้าวให้คนกรุงเทพฯ หรือเยาวชนได้มาสัมผัสว่าวัฒนธรรมการปลูกข้าวที่มีควาย ทุ่งนา หุ่นไล่กามันเป็นยังไง สามารถสัมผัสได้ที่ทุ่งนาลานเครื่องบินที่ช่างชุ่ย นอกจากนี้เรายังยกเจดีย์ทราย ที่ทำจากไม้ไผ่ทองขนาดใหญ่ อยากเชิญชวนให้พ่อแม่และเด็กๆ มาร่วมก่อกองทรายร่วมกันได้ ทั้งนี้ต้องขอบคุณ ททท. ที่สนับสนุนอย่างเต็มที่ ในงานนี้ยังมีความพิเศษหลากหลายมาก ยังมีเรื่องของประสบการณ์ที่จะแตกต่างจากที่อื่น ก็อยากเชิญชวนครอบครัว โดยเฉพาะเด็กให้มาที่งานนี้” ชนกพร บอก

นพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจ ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พื้นที่อีสานเป็นพื้นที่ที่หลายคนรู้สึกว่าร้อน ไกล ไม่น่าไป แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ อีสานมีทั้งความน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่ดูแปลกตา และความมีน้ำใจ ความสนุกสนานของคนอีสาน ที่สำคัญคือคนอีสานเป็นคนครีเอทีฟ ช่างคิดและสร้างสรรค์

Advertisement

“อีกมุมหนึ่งเรามองว่าความประทับใจตรงส่วนนี้อยากให้หลายคนเห็นและรู้จัก ประกอบกับหลายปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเราเปิดเป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย เสนอความเป็นไทย และเอกลักษณ์ของพื้นที่เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ เอกลักษณ์ใหม่ และสร้างความแตกต่าง เพื่อเชิญชวนทุกคนเดินทางไปท่องเที่ยวพื้นที่อื่นๆ ผนวกกับปีนี้มีเรื่อง 55 เมืองรอง ซึ่งรัฐบาลประกาศมาตรการเพื่อลดย่อนภาษี จนถึงปลายปี จึงมีการผลักดันและสนับสนุนการท่องเที่ยวในเมืองรองทั่วประเทศ รวมถึงภาคอีสาน และเมื่อได้ทราบข่าวจากช่างชุ่ย ว่าอยากจะนำอีกหนึ่งมุมมองของภาคอีสาน ให้คนรู้สึกว่าอีสานมีมุมมองใหม่ที่น่าสนใจเยอะ ก็อยากให้คนกรุงเทพได้สัมผัสความรู้สึกนี้ก่อนไปเที่ยวจริง”

ขณะที่ ศิลปินลูกอีสาน ไมตรี ศิริบูรณ์ กล่าวว่า ครั้งนี้มาจัดแสดงที่ช่างชุ่ยในฐานะอาร์ติส ผลงานที่จะนำมาแสดงที่ช่างชุ่ย ไม่ได้เพียงอยากจะแสดงให้คนกรุงเทพฯดู แต่อยากเชิญชวนให้คนภาคอีสานมาร่วมงานด้วย ประเพณีสงกรานต์อาจจะดูเป็นตัวตนของภาคกลางในศาสตร์ที่เป็นศิลปะโกอินเตอร์ คนอีสานจะต้องเข้าใจตัวเองก่อน และเข้าใจคอนเทนต์ของประเทศไทย พอเอาสองอย่างมารวมกัน มันจะเกิดความกลมกล่อม ที่มุมมองของคนอีสานผนวกกับไทย

ไมตรีบอกอีกว่า เหตุที่เพ้นท์ควายเพราะอยากจะเปลี่ยนอัตลักษณ์ “ควาย” ให้ดูน่ารักและเปลี่ยนภาพลักษณ์ควายในรูปแบบใหม่ที่เพิ่มมูลค่า โดยจะมีการเพ้นท์ควายสดภายในงาน

“การนำควายมาเพ้นท์สี 3 ตัว 3 ชม.เป็นครั้งแรกที่จะได้เห็น โดยที่ผมมีทักษะในการเพ้นท์ควาย อยากแนะนำให้เด็กๆ และทุกคนได้เห็นงานดีๆ และเห็นขบวนการทำงานของศิลปิน ในวันที่ 28 เมษายนนี้” 

อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ หรือ “ม๊าเดี่ยว” กล่าวว่า ตั้งแต่เด็กจนโตภาคภูมิใจในความเป็นอีสานของตัวเอง มีความสุขในชีวิตประจำวันต่างจากในเมือง มีโอกาสได้อ่านหนังสือแฟชั่น ตัดชุดตุ๊กตาบาร์บี้ ด้วยความที่ไม่ได้รวย เลยนำวัสดุในบ้านมาทำในรูปแบบของตน ตนไม่ใช่ดีไซเนอร์ แต่เป็นศิลปินที่นำเสนอในมุมมองของตน

“การที่เราจะคิดอะไร ต้องมีเหตุผลและการนำเสนอในสิ่งที่ต้องสื่อ จึงอยากจะนำเสนอการแต่งตัวในควาย ควายไม่ได้โง่ เลยอยากจะทำแฟชั่นโชว์ที่จะสื่อถึงการพึ่งพาซึ่งกันและกัน และไม่เปรียบเทียบใครเป็นควาย ในคอนเซ็ปท์ คนหรือควาย”

อภิเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้เด็กกทม.ได้เห็นอะไรใหม่ๆ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันคนอีสานอาจจะคลายความเหงาได้ โดยกิจกรรมแฟชั่นโชว์นี้จะมีขึ้นในวันที่ 15 เมษายนนี้