“โครงการตำรา” ไปหาออเจ้า เผยอยุธยาก่อนแตกมีคน 2แสนห้า พม่าระดมยิงทั้งวัน ประกาศชัยชนะ 8 เม.ย.

6.04.18 | 10:50 น.

เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิโตโยต้า และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ จำกัด จัดตามกิจกรรมตามรอยพระเจ้าตากสิน มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่พากันแต่งกายด้วยชุดไทยแบบต่างๆ

ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า วันที่ 6 เมษายน เมื่อพ.ศ.2510 เป็นวันก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก 1 วัน บริเวณวัดไชยวัฒนารามเป็นพื้นที่ตึงเครียดมาก เพราะเป็นจุดการล้อมกรุงศรีอยุธยาของพม่า โดยมีการตั้งทัพประจันอยู่ วัดแห่งนี้สร้างโดยพระเจ้าปราสาททอง เป็นอารามที่ชี้ให้เห็นความรุ่งเรืองด้านศิลปะยุคปลายอยุธยา ในวัดยังมี
เจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าฟ้ากุ้งและเจ้าฟ้าสังวาลย์

ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า ในช่วงก่อนกรุงแตก มีคนอยู่ในอยุธยา ราว 250,000 คน พม่าจดบันทึกถึงนางสนม 2,000 คนที่กวาดกลับไปอังวะ พม่าสั่งระดมยิงปืนใหญ่ตลอดทั้งวัน เพื่อทำลายอาคารสถานที่ และประตูเมืองเป็นหลัก โดยต้องทำให้เมืองไฟไหม้ กรุงศรีอยุธบาแตกในวันที่ 7 เมษายน พม่าประกาศชัยชนะวันที่ 8 เมษายนสำหรับประวัติศาสตร์ยุคพระนารายณ์ในช่วงเดียวกับในละครบุพเพสันนิวาสนั้น จะเห็นได้ว่ามีหลักฐานเอกสารจำนวนมาก เนื่องจากชาวต่างชาตืที่เดินทางเข้ามาแล้วกลับไปได้เขียนหนังสือออกขายซึ่งเมื่อกว่า 300 ปีที่แล้วถือว่าเป็นเกียรติยศ เป็นการสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง

“ประวัติศาสตร์ที่เราเรียนเป็นประวัติศาสตร์สงคราม แต่ละครเรื่องบุพเพสันนิวาสทำให้ความสนุกสนานกลับคืนมา ภาพอยุธยาเป็นภาพที่เราไม่เข้าใจ ชีวิตอยุธยาไม่มีด้านอื่นที่ไม่ใช่สงครามเลยหรือ จริงๆ แล้วอยุธยาเป็นชีวิตทางการค้า แต่กลับไม่ได้ถูกให้ความสำคัญ นอกจากนี้ เรายังต้องท่องจำชื่อคน ชื่อถยน ชื่อช้าง ทั้งที่หลักชองประวัติศาสตร์คือการทำให้คนมีระบบตรรกะในการมองไปข้างหน้าไม่ใช่การท่องจำ” ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าว

Advertisement