Ready Player One หนังสนุกคืนฟอร์มของ “สปีลเบิร์ก”

7.04.18 | 03:52 น.

Ready Player One หนังสนุกของ “สปีลเบิร์ก”

ยี่ห้อพ่อมดแห่งฮอลลีวูด สตีเวน สปีลเบิร์ก ต้องกำกับหนังสไตล์นี้แหละ ที่เนิร์ดตั้งแต่เนื้อหาหนังสือ คนแต่ง และตัวละครในเรื่อง ที่แม้จะเป็นหนังสือที่สนุก แต่ก็มีคนสบประมาทว่าคงทำเป็นหนังออกมาไม่ได้

แต่เมื่อความเนิร์ดดังกล่าวโคจรมาพบผู้กำกับเนิร์ดแบบสปีลเบิร์ก ผลก็คือ แค่สัปดาห์แรกที่หนังเปิดตัว รายได้ทั่วโลกก็คุ้มทุนสร้างซึ่งสูงถึง 175 ล้านเหรียญสหรัฐ

เป็นหนังที่สะใจแฟนสปีลเบิร์กที่รอคอยให้เขาหันมากำกับหนังแบบ Jaws, E.T. The Extra Terrestrial, Jurassic Park หรือ Indiana Jones ซึ่งเขาห่างหายจากการกำกับหนังแนวนี้ไปนาน หลังจากที่กำกับหนังไซไฟ War of the World เมื่อปี 2005

นี่เป็นหนังที่เสียงวิจารณ์จากสื่อต่างประเทศออกมาในทำนองเดียวกัน “เราไม่ได้ดูภาพยนตร์ที่มีความเป็นสปีลเบิร์กอย่างนี้นานแล้ว มันคือความบันเทิงที่แท้จริง และยากมากที่จะไม่ยิ้มตลอดเรื่องระหว่างดู”

Ready Player One สร้างจากหนังสือชื่อเดียวกันของ เออร์เนสต์ ไคลน์ นักเขียนจินตนาการล้ำ ที่สปีลเบิร์กออกปากว่า หนังสือเล่มนี้ “เป็นไอเดียที่โคตรบ้า บ้าตั้งแต่คอนเซ็ปต์แล้วล่ะ” แต่ทั้งนักเขียนและผู้กำกับต่างปลื้มกันและกัน

Advertisement

ไคลน์กล่าวว่า “ผมคงเขียน Ready Player One ออกมาไม่ได้ ถ้าไม่ได้โตมากับหนังของสปีลเบิร์ก ผลงานของเขาซึมซับอยู่ในทุกอณูของชีวิตผม ผมคิดว่าทุกคนฝันที่จะทำหนังร่วมกับเขา มันเหมือนฝันที่เป็นจริง”

เนื้อหาในนิยายมีการกล่าวถึงหนังของสปีลเบิร์กค่อนข้างมาก แต่พอเป็นหนังที่สปีลเกอร์กำกับ เขากลับตัดส่วนที่พาดพิงหนังของเขาออกไป เหลือไว้เพียงบางส่วน และยังได้ดัดแปลงนิยาย เพื่อสร้างบทหนังที่กลมกล่อมและสนุกสนาน

ไคลน์กล่าวว่า “ผมไม่เคยกังวลเลย ตั้งแต่วันที่สปีลเบิร์กเซ็นชื่อสร้างหนัง” ทั้งไคลน์ยังมีส่วนในการเขียนบทหนังเรื่องนี้ร่วมกับ แซค เพนน์ มือเขียนบทหนังบล็อกบัสเตอร์ของฮอลลีวูด (The Matrix, X–Men: The Last Stand, The Avengers)

หนังเล่าเรื่องโลกยุคดิสโทเปีย ในปี 2045 ที่วิทยาการก้าวไกล แต่สังคมเสื่อมโทรมจนคนหาความสุขไม่ได้ ต้องหนีจากโลกแห่งความเป็นจริง สู่โลกเกมออนไลน์ที่ชื่อดิโอเอซิส โลกเสมือนจริงสุดล้ำ ที่ผู้เล่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเกม เพื่อลืมโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งในร่างอวตาร พวกเขาจะทำได้ทุกสิ่ง ไปได้ทุกที่

ดิโอเอซิสสร้างโดยมหาเศรษฐีสุดเนิร์ด เจมส์ ฮัลลิเดย์ (มาร์ค ไรแลนซ์ ออสการ์สมทบชายยอดเยี่ยมจาก Bridge of Spies) ที่ก่อนตายเขาประกาศว่าใครที่สามารถหากุญแจลับสามดอกเพื่อไขปริศนาซึ่งเขาซุกซ่อนใน Easter Eggs ดิโอเอซิสได้ จะได้ครอบครองสมบัติมหาศาล รวมทั้งได้อำนาจในการควบคุมดิโอเอซิสด้วย

แต่การหากุญแจเพื่อไขปริศนาไม่ง่าย เพราะดิโอเอซิสถูกสร้างอย่างแยบยลโดยรวบรวม Pop Culture ยุค 80s–9os ที่ฮัลลิเดย์ชอบจากเกม หนัง การ์ตูน และเพลง มาใส่เป็นปริศนาต่างๆ อย่างซับซ้อน ผู้พิชิตกุญแจดอกแรกได้คือ เวค วัตต์ (ไท เชอริแดน) ที่ใช้ชื่อในโลกเสมือนจริงว่า พาร์ซิวอล

เวค ถูก IOI ซึ่งมีโนแลน เซอร์เรนโต (เบน เมนเดลสัน จาก Rogue One) เจ้าของบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เนตผู้ทรงอิทธิพลและมีสมุนมากมายตามไล่ล่า

จากการเล่นเกมเพื่อหนีปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง กลายเป็นการทำสงครามช่วงชิงอำนาจ เพราะหากใครครอบครองดิโอเอซิส ก็หมายถึงว่าคนคนนั้น จะมีอำนาจในการควบคุมอนาคต

ความสนุกและน่าตื่นตาตื่นใจของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การได้เห็น Easter Eggs จากเกม หนัง เพลง และการ์ตูนที่โด่งดังมากมายปรากฏในเรื่อง

ผู้วิจารณ์เล่นเกมไม่เป็น แต่การได้เห็นตัวละคร คิงคอง ทีเร็กซ์ โจ๊กเกอร์ ฮาร์ลีย์ ควินน์ ลาร่า ครอฟท์ ไอออน ไจแอนท์ ตุ๊กตาผีชัคกี้ รวมทั้งรถยนต์และสัญลักษณ์จากหนังดังในอดีต เช่น Back to the Future, Mad Max, Batman and Robin, A–Team, Christine, Wonder Woman ปรากฏอยู่ในหนังเรื่องเดียวกันเป็นเรื่องที่อเมซิ่งมาก

ฉากที่ชอบมากๆ คือ เมื่อ เอช (ลีนา เวธ) หลุดเข้าไปในหนังสยองขวัญ The Shining ของสตีเฟน คิง เด็กแฝดโผล่มาสร้างความสยองที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น และให้อารมณ์ขัน เป็นการกำกับหนังที่สุดยอดมากที่เอา Easter Eggs หลายหลากมารวมกัน โดยหนังไม่เลอะเทอะสะเปะสะปะ ทั้งยังให้อารมณ์ที่ทำให้อยากกดปุ่มรีเพลย์เพื่อกลับไปดูสิ่งต่างๆ ที่ถูกพาดพิงถึง

เพลงมากมายในหนัง เช่นเพลง I hate myself for loving you, Stayin’ Alive, Take on me และอีกหลายเพลงก็ล้วนชวนให้คนดูหวนรำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ในอดีต

Ready Player One เป็นหนังที่ดูง่าย ไม่ซับซ้อน โปรดักชั่นอลังการ CG สวย เป็นหนังที่สปีลเบิร์กใส่ความเป็นเนิร์ดของตัวเองเข้าไปอย่างเต็มที่ ใครที่ชอบแนวกำกับหนังไซไฟหรือผจญภัยยุคก่อนๆ ของเขา ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด

หนังไม่ใช่สนุกแบบไร้สาระ แต่แฝงข้อคิดเกี่ยวกับการเล่นเกม ที่ไม่ใช่แค่เอาความสนุกแต่ต้องรู้จักคิดวิเคราะห์ และมิตรภาพระหว่างเพื่อนไว้อย่างน่าสนใจ

พระเอกของเรื่องเป็นคนเล่นเกมแบบชอบฉายเดี่ยว แต่ในเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย การมีทีมและเพื่อนคู่คิดที่จะต่อสู้และช่วยเหลือกัน ก็ไม่เลวนัก