เมื่อวันที่ 8 เมษายน ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ที่เคยได้รับทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.) ตามความต้องการของกรมบังคับคดีไปศึกษากฎหมายต่อที่ประเทศฝรั่งเศส ได้เผยแพร่ “เหตุบ้านการเมืองของสยามในละครบุพเพสันนิวาสจากมุมมองของคนฝรั่งเศส ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ”โดยตัวเองได้แปลจากหนังสือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสและสยามในระหว่างปี ค.ศ. 1680 ถึง 1907 (พ.ศ. 2223 ถึง 2450) ที่เขียนด้วยภาษาฝรั่งเศส ของกัปตันโซเว่นั้น ซึ่งเหตุบ้านการเมืองของสยามในละครบุพเพสันนิวาสจากมุมมองของคนฝรั่งเศส ตอนที่ 3 มีความว่า
การเจรจาลับระหว่างคอนสแตนติน ฟอลคอน และบาทหลวงตาชาร์ด ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคณะราชทูตฝรั่งเศสคณะแรกที่มาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามโดยมีเชอวาลิเยร์ เดอ โชมงท์ เป็นหัวหน้าคณะราชทูต นำมาสู่การทำบันทึกลับที่เขียนและลงลายมือชื่อโดยคอนสแตนติน ฟอลคอน ซึ่งได้มอบบันทึกลับนี้ให้แก่บาทหลวงตาชาร์ด เพื่อนำไปปรึกษาหารือและเจรจากับบาทหลวงเดอ ลา แชส และกราบทูลให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทราบ บันทึกลับฉบับนี้เขียนขึ้นเป็นภาษาโปรตุเกส ลงวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1685 (พ.ศ. 2228) ก่อนที่คณะราชทูตสยามที่มีพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) เป็นราชทูต หลวงกัลยาณราชไมตรี เป็นอุปทูต และขุนศรีวิสารวาจา เป็นตรีทูต จะออกเดินทางจากสยามไปฝรั่งเศสพร้อมกับคณะราชทูตฝรั่งเศสในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 1685 (พ.ศ. 2228)
ข้อเสนอที่คอนสแตนติน ฟอลคอน ระบุในบันทึกลับ เป็นประโยชน์แก่ฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก โดยได้เสนอจะแต่งตั้งชาวฝรั่งเศสให้เป็นผู้ว่าการเมืองต่าง ๆ ทั่วทั้งสยาม และจะจัดการให้ชาวฝรั่งเศสได้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญในสยาม และทุก ๆ ตำแหน่งที่ฝรั่งเศสประสงค์อยากได้ โดยคอนสแตนติน ฟอลคอนได้แจ้งให้ฝรั่งเศสส่งคนที่มีความรู้ความสามารถราว 60 ถึง 70 คน ที่ต้องเชื่อฟังเขามายังสยามเพื่อจะได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ และเขาได้เสนอให้เสรีภาพในการค้าทั้งหมดแก่ชาวฝรั่งเศสด้วย ทั้งนี้ คอนสแตนติน ฟอลคอน ได้แจ้งให้ฝรั่งเศสรีบส่งเรือรบ ทหารบก ทหารเรือ และวิศวกรที่จะสร้างป้อมปราการในเมืองต่าง ๆ มายังสยามในทันที เพื่อสนับสนุนแผนการช่วงชิงราชบัลลังก์สยามที่เขาได้วางไว้
นอกจากนี้ คอนสแตนติน ฟอลคอน ยังได้แสดงความประสงค์ที่จะแปลงสัญชาติจากกรีกเป็นฝรั่งเศสและจะส่งบุตรชายไปกรุงปารีสในภายภาคหน้าด้วย ซึ่งต่อมาพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็ได้มอบหนังสือรับรองการแปลงสัญชาติเป็นคนฝรั่งเศส เงินเบี้ยหวัดพระราชทาน และตำแหน่งขุนนางฝรั่งเศส ที่มีบรรดาศักดิ์เป็นท่านเคานท์ ให้แก่คอนสแตนติน ฟอลคอน เพื่อสนองตอบต่อความปรารถนาดีของคอนสแตนติน ฟอลคอนที่มีต่อฝรั่งเศสด้วย
คณะราชทูตฝรั่งเศสคณะที่สอง ที่มีซิมง เดอ ลาลูแบร์ และเซเบเรท์ ดือ บุลเล เป็นราชทูต ได้เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยาม โดยออกเดินทางจากเมืองเบรสท์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1687 (พ.ศ. 2230)โดยคณะราชทูตสยามที่มีพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) เป็นราชทูต ได้เดินทางกลับมาสยามพร้อมกันในครั้งนี้ด้วย ด้วยเรือที่ชื่อ เลอกายยาร์ และลัวโซ พร้อมทหารฝรั่งเศสจำนวน 630 นาย และเรือรบจำนวน 5 ลำ โดยมีนายพลเดฟาร์จส เป็นผู้บัญชาการกองทหารฝรั่งเศส เพื่อเข้าปกครองและประจำการที่บางกอกและมะริดตามที่คอนสแตนติน ฟอลคอน ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ และที่สำคัญเพื่อดำเนินการตามแผนการลับในการช่วงชิงราชบัลลังก์สยามที่คอนสแตนติน ฟอลคอนและฝรั่งเศสได้ตกลงร่วมกันไว้ โดยคณะราชทูตฝรั่งเศสเดินทางมาถึงอยุธยาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 1687 (พ.ศ. 2230) และทันทีที่กองทหารและเรือรบฝรั่งเศสเดินทางมาถึงสยาม อำนาจของคอนสแตนติน ฟอลคอน ก็ได้เพิ่มพูนขึ้นมากมายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

