เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายวิทยา หรือบอย ดีน้อย อายุ 28 ปี และนายอนุชา หรือแบงก์ ดีน้อย อายุ 22 ปี สองพี่น้องชาว ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี ถูกแก๊งค้ายาบ้า “ราชา ซาตาน” รุมซ้อมทวงหนี้ค่ายาบ้า และถ่ายคลิปเอาไปข่มขู่ลูกหนี้ยาบ้า จนถูกนำไปเผยแพร่ในโซเชียล พร้อมญาติเดินทางเข้าพบ นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมืองอุดรธานี, ว่าที่ ร.ต.พงษ์สิทธิ์ เปรยะโพธิเดชะ ป้องกันจังหวัดอุดรธานี และ ปส.อุดรธานี ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี
นายวัชรินทร์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตกเป็นข่าว นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้มีความห่วงใยสั่งการมาให้อำเภอ และป้องกันจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอยู่แล้ว เชิญผู้เสียหายและญาติมาสอบถาม ซึ่งก็ได้รับยืนยันจากสองพี่น้องว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงตามที่แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกล่าวว่าเสพยาบ้ามาประมาณ 1 ปีเศษ โดยซื้อกับ “นายหก” ที่อ้างว่าเป็นลูกน้องตำรวจใน จ.อุดรธานี ต่อมานายหกชวนมาขายยาบ้าให้กับเครือข่าย “ราชา ซาตาน” ก็จะได้รับการคุ้มครองด้วย
นายบอยระบุว่า ทำคนเดียว โดยติดต่อเข้าไปในเพจ “ราชา ซาตาน” โดยมีนายหกเป็นคนรับรอง ไม่กี่วันได้รับแจ้งให้ไปรับยาบ้า 50 เม็ด ที่หลักกิโลเมตร บ้านงอย ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี ตอนตี 2 ของวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา สัญญาจะโอนเงิน 6,000 บาท ให้ตามบัญชีที่แจ้งมาภายใน 2-3 วัน แต่ก็ยังไม่ได้โอนเพราะเก็บเงินไม่ได้ จนวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทน “ราชา ซาตาน” โทรบอกให้ไปรับยาบ้าอีกที่บ้านหนองแก ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงชวนนายแบงค์ น้องชายไปเป็นเพื่อน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุจึงรู้ว่าถูกหลอกมา
“มีชายฉกรรจ์พูดสำเนียงอีสาน 3 คน ใช้ผ้าคลุมปิดบังใบหน้า นำอาวุธปืนจี้บังคับก่อนใช้มือ เท้า ไม้เบสบอลทำร้าย บังคับให้ใช้หนี้ค่ายาบ้า โดยชายที่มีอาวุธปืนสั้นมาข่มขู่ ได้รับโทรศัพท์จากเจ้านาย แล้วให้คุยกับเราสองพี่น้อง ด้วยการเปิดเสียงลำโพง ชายคนปลายสายถามที่จำได้ คือ “เป็นเด็กของไอ้หกใช่ไหม” จากนั้นคนมีปืนก็เอาโทรศัพท์ไปคุย ได้ยินเสียงปลายสายว่า “ตีมันให้สลบ และเอาไปยิงทิ้ง” แต่โชคดีมีรถยนต์ขับเข้ามา คนร้ายทั้งหมดจึงแยกย้ายกันหนี โดยยึดเอาโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, กุญแจรถ จยย. และตัดสายคันเร่ง จยย. จึงชวนกันวิ่งหนีลงกลางทุ่งนา” นายบอยกล่าว
สองพี่น้องเล่าต่อว่า เมื่อหนีออกมาได้ก็เก็บตัวเงียบ ไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน จนมีคนมาเล่าให้ฟังว่านายหกถูกทำร้าย จึงเดินทางไปสอบถามที่บ้าน พบว่านายหกถูกทำร้ายที่บ้านจนตาบอดไป 1 ข้าง หลังจากเกิดเหตุเราถูกซ้อม 2-3 วัน และยังบอกว่าเป็นฝีมือเรา เราปฏิเสธว่าก็เก็บตัวเหมือนกัน ซึ่งนายหกเล่าด้วยว่า เห็นคลิปตอนเราถูกทำร้ายด้วย จนคลิปถูกเผยแพร่ทางโซเซียล จึงปรึกษาญาติๆ ตัดสินใจเข้ามาพบตำรวจ เพราะกลัวจะถูกอุ้มไปฆ่าทิ้ง
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ให้ความสนใจเรื่องที่มีการซ้อมกันในคลิป ได้สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ สะสางคดีนี้ให้ได้ ซึ่งสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า คนทำคลิปจะเป็นคนร้ายธรรมดา หรือตำรวจ เพื่อตอบคำถามสังคมให้ได้ ถือว่าเป็นคดีอาญาที่ประชาชนให้ความสนใจ จึงต้องทำงานด้วยความรอบคอบ รัดกุม จะชี้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งตามความรู้สึก โดยปราศจากหลักฐานและพยานไม่ได้ ตำรวจเร่งทำงานกันทั้งฝ่ายสอบสวนและฝ่ายสืบสวน ต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อย
“ส่วนที่บอกว่าเรื่องนี้มีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ก็อย่างที่บอกว่าจะใช้ความรู้สึกไม่ได้ จะไปสมมุติ จะไปเชื่อว่าเป็นตำรวจเอาเองไม่ได้ ต้องมีพยานและหลักฐานว่าเขาเป็นตำรวจหรือไม่ มีการกระทำผิดอย่างไร ต้องมีหลักฐานมายัน จะเป็นตำรวจหรือพลเรือน ต้องพยายามคลี่คลายให้ได้ว่า เขาเป็นใคร เพราะมันเป็นความผิดแน่ชัดอยู่แล้ว ต้องถูกดำเนินคดีแน่ๆ ในเร็ววันไม่นาน ส่วนผู้ก่อเหตุ ตำรวจรู้ตัวแล้ว ทางการสืบสวนก็มีเป้าหมายอยู่แล้ว 5 คน ไม่เกิน 7 คน ต้องพิสูจน์ทราบว่าใช่หรือไม่อย่างไร ถ้าใช่ต้องหาพยานหลักฐานมาสอดรับกันให้ได้” พล.ต.ต.พีระพงศ์กล่าว

