วันที่ 9 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจาก นางธันดา ไชยชนะ อายุ 62 ปี เจ้าของร้านสินค้ามือสองญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ว่าช่วยเตือนภัยประชาชนโดยทั่วไปด้วย เนื่องจากตนเองตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) โทรศัพท์เข้ามาหาตน และถูกหลอกสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก โดยผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ.ซึ่งเป็นกลุ่มมิจฉาชีพโทรเข้ามาหาตนเอง พร้อมอ้างว่า ตนเองนั้น มีชื่อขึ้นอยู่ในบัญชีรายชื่อของพวกเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดและมีการฟอกเงินด้วย เนื่องจากมีการซัดทอดของผู้ต้องหา 2 คน คนนึงเป็นอดีตพนักงานแบงค์กรุงเทพ และอีกคนเป็นอดีตพนักงานแบงค์กรุงไทย เมื่อตนได้ยินก็ตกใจและกลัวมาก จึงได้บอกเลขที่บัญชีของตนเองที่มีอยู่ 3 เล่ม ให้กลุ่มมิจฉาชีพทราบ ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสทำให้กลัวมากยิ่งขึ้นว่า พนักงานที่ถูกจับได้สารภาพว่าได้เอาบัญชีของตนเองมาใช้ในการโอนเงินเข้าออกของขบวนการค้ายาเสพติด
นางธันดากล่าวว่า จากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพ จึงได้สั่งให้ตนเองรีบเอาบัตรเอทีเอ็มของบัญชีธนาคารดังกล่าวไปเปลี่ยนรหัสบัตรเอทีเอ็มเพื่อความปลอดภัย โดยกลุ่มมิจฉาชีพได้ให้เปลี่ยนรหัสตามตัวเลขที่ให้มา ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้น ตนเองได้บอกกับกลุ่มมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ไปว่า ไม่สามารถไปไหนได้ เพราะขับรถไม่เป็น ก่อนที่กลุ่มมิจฉาชีพ จะบอกให้รีบไปยังตู้เอทีเอ็ม ถ้าช้าคุณจะมีความผิด โดยที่กลุ่มมิจฉาชีพ ยังบอกว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองลำปาง ไปรับจึงยิ่งทำให้ตนเองเริ่มกลัว เลยให้คนรู้จักรีบพาไปยังตู้เอทีเอ็ม โดยที่กลุ่มมิจฉาชีพยังขู่ว่า ให้รีบหน่อยภายใน 5 นาทีนี้ เพราะจะไม่รับรองความปลอดภัยให้ เพราะพวกนี้เป็นพวกมีอิทธิพลในท้องถิ่น
นางธันดา ยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่ทำการเปลี่ยนรหัสไปตามตัวเลขที่กลุ่มมิจฉาชีพบอก ก็ได้เดินทางกลับมาบ้าน ก็ด้วยความแปลกใจว่า ไม่มีสายโทรศัพท์โทรมาอีก จึงได้กดโทรศัพท์กลับไปก็ติดต่อไม่ได้ จึงคิดว่าอาจจะถูกหลอก จึงได้นำสมุดบัญชีธนาคาร ที่มีเอทีเอ็ม และได้พึ่งได้เปลี่ยนรหัสไปเช็กเงินในบัญชี จึงทำให้ทราบว่าถูกโอนเงินออกไปประมาณ 280,000 บาท จึงรู้ว่าถูกหลอก ถึงกับลมจับ จากนั้นได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวแล้ว โดยหลังทำการแจ้งความไว้ ยังทราบว่า ตนเองไม่ใช่รายแรก ที่ตกเป็นเหยื่อ ยังมีชาวลำปางได้รับความเสียหายถูกหลอกเอาเงินไปกว่า 500,000 บาท โดยตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพนี้มาแล้ว จึงอยากที่จะบอกเตือนภัยให้ทุกคนได้ระวังตัวอย่าได้หลงเชื่ออีก

