ชุมพรระดมติดกล้องวงจรปิดป้องมือปืนหวนกลับก่อเหตุคดี”คดีเสี่ยสด”

20.06.18 | 13:58 น.

ความคืบหน้าคดี นายวสันต์ แก้วชลคราม อายุ 31 ปี หรือ “เสี่ยสด” ถูกคนร้ายสองคนใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.จ่อยิงจนเสียชีวิตหน้าโรงรถภายในบริเวณบ้านพื้นที่หมู่ 12 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุอาจมาจากปมขัดแย้งกับคนสนิทของพ่อบุญธรรมเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินและที่ดินที่พ่อบุญธรรมยกให้เสี่ยสด


ล่าสุดวันที่ 20 มิถุนายน นายสมชาติ แผนเจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร เปิดเผยว่า ในฐานะผู้ใหญ่บ้านได้ติดตามเหตุการณ์บุกยิงเสี่ยสดมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากบ้านของผู้ตายกับบ้านของตนอยู่ห่างกันไม่ถึง 100 เมตร รู้สึกเสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และแม้จะมีความหวาดกลัว เพราะคนร้ายกล้าลงมืออย่างอุกอาจ แต่ตนเป็นผู้ใหญ่บ้านถึงจะไม่เคยพกอาวุธเอาไว้ป้องกันตัว แต่ด้วยความที่เสี่ยสดเป็นเพื่อนบ้านที่ดี โดยบ้านของตนเปิดเป็นร้านค้าขายของชำทั่วไป ก่อนเกิดเหตุได้มีรถกระบะขับเข้ามาจอดหน้าร้าน จากนั้นชายฉกรรจ์คนหนึ่งอายุไม่เกิน 40 ปี รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 165 เซนติเมตร สวมหมวก เดินลงจากรถมาสอบถามขอซื้อยาสูบ โดยพูดภาษาใต้สำเนียงชาวชุมพร-สุราษฎร์ธานี เมื่อซื้อของเสร็จรถคันดังกล่าวก็ขับเข้าไปในซอยทวีทรัพย์ ไม่กี่นาทีก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด ก่อนรถคันดังกล่าวจะรีบขับออกมามุ่งหน้าไปบนถนนนาสัก-เขาค่าย ที่สามารถออกยังเขาทะลุ-เขาปีบ เมื่อดูกล้องวงจรปิดก็คาดว่า ชายคนที่มาซื้อของยาสูบอาจเป็นคนเดียวกันกับมือปืนที่ยิงสังหารเสี่ยสด และตนพร้อมจะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้จะเกรงกลัวภัยมืดแต่ตนเป็นผู้ใหญ่บ้านต้องกล้าออกมาปกป้องลูกบ้านและทำสิ่งที่ถูกต้อง

นายสมชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับบ้านเสี่ยสดผู้เสียชีวิต ต่างหวาดผวาเกรงว่ามือปืนอาจหวนกลับมาในหมู่บ้านอีก จึงพากันติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบๆ บ้านๆ ละ 3-4 ตัวแล้วหลายหลัง เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากมีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุในหมู่บ้านอีก ทำให้ใน อ.สวี กล้องวงจรปิดขาดตลาด จนต้องใช้บริการบริษัทกล้องวงจรปิดจากอำเภอใกล้เคียงเข้ามาติดตั้งให้ นอกจากนั้น ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร (ภ.จว.ชุมพร) ยังมีคำสั่งให้ สภ.นาสัก จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตั้งด่านตรวจสอบรถทุกคันที่เข้า-ออกซอยทรัพย์ทวี ซึ่งเป็นทางเข้าไปยังบ้านพักของ นายวสันต์ หรือ “เสี่ยสด” เพื่อป้องกันมิให้คนร้ายหวนกลับมาก่อเหตุอีก เนื่องจากภรรยาของผู้ตายจำหน้าของคนร้ายสองคนที่ร่วมกันฆ่าสามีได้