พ่อแม่เหยื่อม.5 ที่นช.ประหาร”ธีรศักดิ์ หลงจิ”แทงดับ ร้องผู้การตรังจับคนร้ายหนีอีก 1-เปลี่ยนพงส.

21.06.18 | 13:50 น.

พ่อ-แม่เหยื่อ นร.ม.5 ตรัง ยื่นหนังสือร้อง ผู้การตรัง ให้รื้อคดี จับคนร้ายเพิ่มและเปลี่ยนพงส. ขณะผบก.เซ็นคำสั่งแต่งตั้ง 2 รองผู้การ หน.ชุดคลี่คลายคดี ลั่นฯไม่จำเป็นเปลี่ยนพนักงานสอบสวน


ความคืบหน้าคดี นายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 7 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ผู้ต้องหาฆ่านายดนุเดช สุขมาก อายุ 17ปี นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ อ.เมือง จ.ตรัง อย่างทารุณโหดร้าย เพื่อชิงทรัพย์ เหตุเกิดภายในสวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) เทศบาลนครตรัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 กรมราชทัณฑ์ประหารชีวิต นายธีรศักดิ์ไปแล้วนั้น โดยที่คดีดังกล่าวทางพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนนอกจาก มีนายธีรศักดิ์ หรือมิ๊ก แล้วยังมีคนร้ายที่ร่วมก่อคดีอีกด้วย

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง นายสุนทร นางยุคล สุขมาก พ่อแม่นายดนุเดช เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ. อลงกรณ์ สีมาวุธ ผกก.สภ.เมืองตรัง เพื่อร้องขอให้รื้อคดีและดำเนินการสืบสวนสอบสวนคนร้ายที่ร่วมก่อคคีฆ่า นายดนุแดช ลูกชาย แต่ปรากฏว่า พ.ต.อ.อลงการณ์ ติดราชการ นายสุนทร และ นางยุคล จึงเดินทางต่อไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังตรัง เพื่อยืนหนังสือให้กับ พล.ต.ต.สมพงศ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง

พล.ต.ต.สมพงศ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันมีการเรียกตำรวจชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว โดย เบื้องต้นมีคำสั่งแต่งตั้ง พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง รับผิดชอบงานสืบสวน และ พ.ต.อ.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวี รับผิดชอบงานสอบสวน

Advertisement

นางยุคล กล่าวว่า อยากให้ทำคดีให้โปร่งใส ซึ่งคนร้ายไม่ใช่มีคนเดียวตามที่ระบุไว้ ในสำนวนอย่างชัดเจน รวมกับเพื่อนอีก 2 คนหนึ่งในคนร้ายคืออดีตแฟนเก่าของเพื่อนสาว ตนเองต้องการขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวนใหม่ ในวันนี้จึงได้ทำหนังสือวินวอนมา ส่งถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ช่วยรับคดีนี้ไปทำให้อย่างดีที่สุด แล้วตัวเองเชื่อแน่นอนว่ามีคนร้ายมากกว่า 1 คนแน่นอน ซึ่งทางตำรวจก็ไม่ได้พูดคุยกับตนแต่อย่างใดว่าคนร้ายเป็นใคร แต่ก็มีข้อมูลอยู่ชัดเจนตามที่ได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวไป รวมกับพวกอยู่ 2 คนมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งหนึ่งในคนร้ายคืออดีตแฟนสาวของเพื่อน เป็นลูกของตนเอง ซึ่งเป็นอดีตแฟนเก่าของเพื่อนสาว

“วันเกิดเหตุจากการสอบถามพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมีหลายคน ซึ่งทั้งเด็กและผู้ปกครองที่ไปรับที่โรงเรียนบูรณะเขาก็ยังเห็น แต่เขาไม่กล้ามาเป็นพยานให้ เพราะผู้ร้ายไม่ได้มีคนเดียวตามที่ว่า เขาบอกมา พอแทงลูกตนเองเสร็จ ก็ขับรถจยย.ชูมีดขี่รถออกไปเลย และตนเองเชื่อมั่น ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการเรื่องให้ตนเองได้แน่ และคิดว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีให้ได้อย่างแน่นอน” นางยุคล กล่าว

อย่างไรก็ตามหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.สมพงศ์ ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ และมอบหมายให้ พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองตรัง รับหนังสือแทน โดยหนังสือที่ร้องระบุว่า ขอให้ทางตำรวจรื้อคดีมีใจว่าระบุว่า ขอให้ตำรวจเร่งรัดคดีจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดี ตามที่มีกลุ่มคนร้ายได้ร่วมกันฆ่านายดนุเดช สุขมาก อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นบุตรของตนเองโดย เหตุเกิดที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรังเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 หลังเกิดเหตุตำรวจจับคนร้ายคือ นายธีระศักดิ์ หลงจิ มาดำเนินคดี และศาลฎีกาให้ประหารชีวิตจำเลยไปแล้วนั้นแต่ยังมีคนร้ายอีกกลุ่มที่ร่วมกันฆ่าบุตรชายของข้าพเจ้าฯที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมืองได้ดังนั้นจึงต้องการให้ตำรวจจับกุมคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีให้ครบทุกคน

พ.ต.ท.ประเสิรฐ กล่าวว่า ขอบคุณทีมงานทางผู้เสียหายและนักข่าว ซึ่งที่จริงวันนี้ทางผู้บังคับบัญชา ได้มีการประชุมกำชับ ให้ทำการสืบสวนต่อซึ่งที่ผ่านมาก็สืบสวนอยู่ แต่เนื่องจากว่าในจุดด้อยก็คือมีพยานแค่ปากเดียว และในวันนี้หลังจากที่ได้รับเอกสารก็ขอบคุณที่ยังไว้วางใจทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ก็ได้กำชับให้เร่งรัด เข้มงวดทุกช่องทางที่จะได้ตัวคนร้ายมา ดำเนินคดีจนได้ ซึ่งทางผู้บังคับ การ ได้มีคำสั่งให้แต่งตั้ง หน่วยปฏิบัติการ จำนวน 10 กว่านายด้วยกันในการติดตามเรื่องคดีดังกล่าว จะดำเนิน ติดตามเร่งรัดการเป็นระยะ เราจะติดตามข้อมูลทางผู้เสียหาย และทางพยานที่เชื่อว่ายังมีข้อมูลอยู่ ซึ่งคดีดังกล่าวก็ยืนยันว่ามีคนร้าย 2 คนเช่นเดิม โดยจะไปดู ในเรื่องเดิมที่ได้ทำไว้ และทำการขยายจากตรงนั้นเพื่อให้ไปถูกตัวคนร้าย

ด้าน พล.ต.ต.สมพงศ์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า คดีดังกล่าวสามารถสอบสวนได้อยู่แล้วเนื่องจากอยู่ในอายุความ แต่จะให้เปลี่ยนพนักงาน สอบสวนหรือไม่นั้นไม่มีความจำเป็นเพราะเขาได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระยะเวลาของการสืบสวนสอบสวน ซึ่งก็ว่ากันไปตามหลักฐาน ซึ่งตนเองก็ไม่ได้หนักใจเกี่ยวกับเรื่องคดีดังกล่าวแต่อย่างใด