เลขาสภาทนายเผย นายกสภานัดผบ.ตร.ถกปม ‘ทนายสุกิจ’ ข้องใจ ‘บิ๊กแป๊ะ’ ไม่ตำหนิลูกน้อง

21.06.18 | 17:49 น.

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า นายถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ ได้มีการประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเพื่อขอเข้าพบพูดคุยในประเด็นดังกล่าว เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายเนื่องจากทนายความทั่วประเทศมีทีท่าไม่พอใจกรณีดังกล่าว โดยทนายความจำนวนมากมีการส่งหนังสือ เเละข้อความ เเสดงท่าทีไม่พอใจ สตช.มา เเต่ไม่อยากให้เรื่องบานปลายจนกระทบกับการทำงานระหว่างสององค์กรที่จะส่งผลให้กระทบกับกระบวนการยุติธรรมเเละส่งผลต่อประชาชน ตอนนี้ยังคิดว่าสามารถคุยกันได้อยู่เพราะทำงานร่วมกันมาโดยตลอด ส่วนจะเป็นวันไหนต้องดูรายละเอียดจากคณะทำงานที่เป็นผู้ประสานไปอีกที โดยนอกจากพบเรื่องกรณีนี้เเล้ว เราจะมีการคุยถึงเรื่องการทำงานเเละข้อขัดข้องที่จะต้องทำงานร่วมกันอื่นๆ ด้วย คาดว่าก่อนที่จะมีการประชุมคณะทำงานประจำเดือนของสภาทนายทั้ง 25 คน ก็จะนำเรื่องนี้มาพิจารณา ในวันที่ 28-29 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันประชุมคณะทำงานบอร์ด ก็อาจจะได้ผลการพูดคุยเจรจาของผู้นำทั้งสององค์กรมาประกอบการพิจารณา ก่อนที่จะมีมติเเละท่าทีอย่างไรต่อไป


“ตอนนี้อาจเป็นช่วงที่สถานการณ์ยังร้อนเเต่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าเราทำอะไรไปเลยโดยไม่คิดก่อนเเล้วบอยคอตไม่ส่งทนายไปนั่งร่วมสอบสวนก็จะกระทบต่องานยุติธรรมอย่างมาก ประชาชนเดือดร้อน เเต่อยากให้เพื่อนทนายทั่วประเทศรู้ไว้ว่าไม่ใช่เราไม่ทำอะไรเลยเเต่เราต้องมองหลายด้าน ทางตำรวจเองก็คงรู้ว่าทำอะไรลงไป ทั้งทนายเเละตำรวจก็มีคนดีไม่ดีอยู่ในองค์กร” นายสรัลชา

เมื่อถามถึงการที่ ผบ.ตร.ระบุว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กระทำตามกฎหมาย นายสรัลชากล่าวว่า ตรงนี้แหละที่ทำให้ทนายความทั่วประเทศข้องใจว่าทำไม ผบ.ตร.ไม่ตำหนิลูกน้อง เเต่กลับไปบอกว่าทำตามกฎหมาย เเม้กฎหมายจะเขียนไว้ก็จะต้องดูด้วยว่าการกระทำนั้นสมควรเหมาะสมพอดีหรือไม่ ต้องดูลึกๆ ผบ.ตร.ก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์อย่ามัวเเต่ฟังลูกน้องใกล้ชิด ควรดูเหตุการณ์ให้ละเอียดก่อนว่า ถ้าเป็นประชาชนธรรมดาโดนกระทำเเบบนี้จะทำอย่างไร ถูกตำรวจอ้างว่ามีหมายจับ เเต่กระทำการเยอะไปเเบบนี้ ไม่ใช่มีอำนาจตามกฎหมายอยู่ในมือจะกระทำกับทนายความซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปเเบบนี้ได้ ตรงนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีที่ควรจะอบรมลูกน้อง เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เเม้จะมีอารมณ์ก็ต้องอดทนบ้าง ต้องนึกถึงว่าผู้ถูกกระทำเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ควรได้รับหลักการปฏิบัติเหมือนมนุษย์ ประชาชนจะได้รู้ว่าตำรวจเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์อยู่บ้างกระทำตามกฎหมายที่สมควรเเก่เหตุ