ดีเอสไอ สรุป 2 สำนวน คดีแชร์ ”ทองแดง”- ขายรถมือสอง เสียหายเกือบ 100 ล้านบ.

11.04.16 | 12:30 น.

“ดีเอสไอ” สรุป 2 สำนวนคดีแชร์”ทองแดง” -ขาย จำนำ รถมือสอง รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 และนายนิธิต ภูริคุปต์ ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ ร่วมกันแถลงผลการดำเนินการคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับความผิดแชร์ลูกโซ่

พ.ต.ท.พเยาว์ กล่าวว่า สำหรับสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ได้ส่งสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีพิเศษแล้ว 2 คดี คือ 1.คดีพิเศษที่ 51/2557 กรณีกลุ่มบุคคลหลอกลวงให้ประชาชนซื้อขายทองแดงเพื่อนำไปจำหน่ายต่างประเทศ โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวอ้างว่ามีบริษัทของตนได้รับสัมปทานซื้อทองแดงจากหน่วยงานของรัฐ และนำทองแดงไปหลอมก่อนส่งขายต่างประเทศ โดยจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน 100 เปอร์เซ็นต์ และจ่ายเงินปันผลทุก 3 เดือน ซึ่งผลการสอบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าวไม่มีจริง รวมถึงโรงหล่อในการหลอมทองแดงก็ไม่มีด้วย ทั้งนี้ คดีดังกล่าว มีผู้เสียหายประมาณ 200 คน ทั้งในกรุงเทพฯ จ.นครราชสีมา ชลบุรี และจ.เลย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท

พ.ต.ท.พเยาว์ กล่าวต่อว่า คณะพนักงานสอบสวนจึงออกหมายจับผู้กระทำความผิดรายสำคัญในขบวนการดังกล่าว 2 ราย คือ น.ส.ดารา ภาษี และน.ส.จำปา ภาษี โดยแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 6 ราย ในความผิดตามพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 อีกคดีพิเศษที่ 52/2557 เป็นการหลอกลวงให้ลงทุนธุรกิจเต้นท์รถให้ซื้อขายรถยนต์มือสองและรับจำนำรถโดยให้กำไรสูง ซึ่งผลการสอบสวนพบว่า เป็นธุรกิจที่ไม่มีจริง มีผู้เสียหายกว่า 100 ราย อยู่ในพื้นที่จ.ชุมพร และจ.สุราษฎร์ธานี มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท ดังนั้น พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้องและส่งสำนวนให้สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษแล้ว

ด้าน พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานของดีเอสไอที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามแชร์ลูกโซ่ ซึ่งการป้องกันนั้น ในปัจจุบันเราได้ทำการศึกษาแนวโน้มในคดีแชร์ลูกโซ่ที่เพิ่มขึ้นว่ามีกลไกอย่างไรบ้าง จึงจะตัดวงจรของกลไกเหล่านี้ได้ ซึ่งมีองค์ประกอบหลักคือ 1.บริษัทหรือกลุ่มบุคคลที่ดำเนินการในลักษณะหลอกลวง 2.กลุ่มแม่ทีม และ 3.กลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งแนวทางการป้อกกันนั้น เราจะเร่งจัดทำทะเบียนแฟ้มประวัติของผู้ที่ทำหน้าที่เป็นแม่ทีม เพราะจากการศึกษาาพบว่ากระบวนการแชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย กลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดมีลักษณะที่เกี่ยวเนื่องกันและมีจำนวนไม่มากที่จะดำเนินการลักษณะแบบนี้ ซึ่งกลุ่มที่ทำหน้าที่เป็นแม่ทีมนั้น จะทำหน้าที่ให้เกือบทุกเครือข่าย นอกจากนี้ จะเน้นการให้ความรู้ และรณรงค์ให้กับกลุ่มคนนี้ได้ทราบว่าบทบาทที่ตัวเองกำลังทำอยู่เข้าข่ายกฎหมายอย่างไร โดยจะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เป็นภาคีกับดีเอสไอ

Advertisement