ซิวเพื่อน ‘เสี่ยบิ๊ก’ อดีตปธ.บริหารสโมสรฟุตบอลเพื่อนตร. เอี่ยวคดีโกงกู้ยืมเงินสกสค. 2.5 พันล.

11.04.16 | 13:19 น.

เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.ท.สุภัค วงษ์สวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต ควบคุมตัวนายสิทธินันท์ หรือต้น หลอมทอง อายุ 36 ปี กรรมการบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เข้าพบ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. และ พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 เพื่อรอสอบปากคำกรณีเกี่ยวโยงกับนายสัมฤทธิ์ หรือ “เสี่ยบิ๊ก” บัณฑิตกฤษดา อายุ 40 ปี นักธุรกิจเจ้าของบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด และ อดีตประธานบริหารสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ที่ถูกจับกุม เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่านายสัมฤทธิ์ มีการกู้เงินกับกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 3 ครั้ง มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท แต่ต่อมาทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ตรวจสอบพบว่า ไม่ได้มีการทำเรื่องกู้ที่ถูกต้องตามขั้นตอน เนื่องจากการกู้ยืมดังกล่าวไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจาก สกสค. และยังพบว่าเอกสารที่ใช้ในการกู้ยังเป็นเอกสารปลอม ไม่สามารถใช้เป็นเอกสารหรือหลักฐานในการค้ำประกันเงินกู้ได้จริง ต่อมาได้มีการร้องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบ จนมีการดำเนินคดีกับนายสัมฤทธิ์ หรือเสี่ยบิ๊ก


จากนั้นตำรวจสืบสวนหาข่าวผู้ร่วมขบวนการ พบเบาะแสว่าว่านายสิทธินันท์หลบหนีมาย่านบางกอกน้อย ทาง สน.ดุสิต ประสานตำรวจ กก.สส.บก.น.9 และตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระบุรี ร่วมกันนำกำลังจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 139 ถ.บรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. เมื่อวันที่ 10 เมษายน เวลาประมาณ 17.30 น. ที่ผ่านมา ก่อนทำการควบคุมตัวมาสอบสวน ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1)

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า นายสิทธินันท์เกี่ยวข้องกับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เข้าไปเกี่ยวข้องโดยมีชื่อในใบเซ็นเช็ค จนเกิดความเสียหาย ซึ่งเขาปฏิเสธว่าทำตามที่นายสัมฤทธิ์ เป็นคนสั่งการ โดยว่าจ้างไปกู้เงิน มีการขอบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี แล้วเอาไปหลอกลวงต้มตุ๋น ซึ่งนายสิทธินันท์จะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะวิญญูชนต้องมีสติสัมปชัญญะ มีความรอบคอบ แบบนี้ถือว่ามีเจตนาทุจริตและได้ผลประโยชน์ร่วมกันอยู่แล้ว เบื้องต้นสอบสวนนายสิทธินันท์ ให้การภาคเสธ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม, ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามยอด และร่วมกันออกเช็ค ในขณะที่ออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันพึงให้ใช้เงินได้ และธนาคารปฏิเสธการใช้เงินตามเช็คนั้น” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

รวบเพื่อนเสี่ยบิ๊ก2