อธิบดดีดีเอสไอ เผยคดี ‘บิลลี่’ จ่อขยายผลคราบเลือด ประสานนิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวภายหลังคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติให้ดีเอสไอรับสอบสวนคดีบุกรุกที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พื้นที่บริเวณเกาะกระดาน หมู่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง และคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือกะเหรี่ยงบิลลี่ แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี ว่า. สำหรับคดีบุกรุกอุทยานฯหาดเจ้าไหม เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ร้องขอให้ดีเอสไอเข้าสืบสวนและเสนอให้ กคพ.รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น มีการบุกรุกเข้าไปก่อสร้างรีสอร์ต ภายหลังรับเป็นคดีพิเศษดีเอสไอจะมีอำนาจสอบสวนคดีตามกฎหมาย โดยจะเร่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน และขยายผลจากข้อเท็จจริงที่รวบรวมไว้ในชั้นสืบสวน ตลอดจนการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังเพื่อพิสูจน์ว่ามีการบุกรุกที่ดิน

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวอีกว่า ส่วนคดีการหายตัวของนายพอละจีนั้น ดีเอสไอได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้วบางส่วน เมื่อ กคพ.มีมติรับเป็นคดีพิเศษจะมอบหมายให้ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ รับผิดชอบการสอบสวนโดยจะนำพยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดภายในอุทยานฯมาวิเคราะห์ซ้ำว่า สามารถขยายผลไปในทิศทางใดได้อีกบ้าง โดยเฉพาะผลตรวจรถยนต์ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งพบคราบเลือดภายในห้องโดยสารในตำแหน่งด้านหลังเบาะคนขับ แต่ผลเลือดไม่สามารถจับคู่ดีเอ็นเอได้ บอกได้เพียงเป็นคราบเลือดของมนุษย์ เพศชาย ในประเด็นดังกล่าวจะเร่งหารือไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่าจะสามารถส่งคราบเลือดไปตรวจพิสูจน์ซ้ำ หรือส่งวัตถุพยานไปให้แล็บในประเทศใดตรวจพิสูจน์ได้บ้าง

ด้าน พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า กองคดีทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่สืบสวนคดีบุกรุกหาดเจ้าไหมตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมาได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้จำนวนมาก ในชั้นสืบสวนพบว่ามีการข่มขู่จากกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่จริง นอกจากนี้ ที่ดินแปลงที่เป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนผู้ครอบครองกับเจ้าหน้าที่รัฐ เนื้อที่กว่า 100 ไร่ นั้น บางส่วนเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิและอีกส่วนหนึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า จำเป็นต้องอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง เพื่อพิสูจน์การเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

“ในอดีตบริเวณหาดเจ้าไหมมีประชาชนเข้าไปทำกินไม่มากนัก โดยผู้ครอบครองที่ดินจะมีเอกสาร สค.1 แต่ในระยะหลังมีการขยายเนื้อที่การครอบครองและทำกินเพิ่มจาก สค.1 หลายเท่าตัว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำภาพถ่ายทางอากาศมาตรวจสอบเปรียบเทียบ ซึ่งข้อมูลในศูนย์แผนที่ของดีเอสไอ ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้สามารถตรวจสอบภาพถ่ายย้อนหลังไปได้ถึงปี 2510” รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ซ้อมแผนช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงส่งโรงพยาบาล หลังรอบแรกยังพบอุปสรรค
บทความถัดไป‘พระสงฆ์นานาชาติ’ ร่วมสวดมนต์ให้13ชีวิตปลอดภัย-อยุธยาส่ง23คนร่วมหน่วยซีล