จ่อเอาผิดคนโพสต์ กล่าวหาจับแพะมือฆ่าน้องสโนว์! วอนหยุดทำสังคมเข้าใจผิด

11.04.16 | 17:10 น.

 

วันที่ 11 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือน้องสโนว์ นร.หญิงชั้น ม.6 ชาว อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบแล้วถีบรถจักรยานยนต์จนล้มลงเพื่อหวังข่มขืน แต่เจ้าตัวต่อสู้จนถูกทำร้ายจนเสียชีวิต กระทั่งตำรวจต้องใช้ความพยายามรวบรวมพยานหลักฐานนานกว่า 100 วัน เนื่องจากหลักฐานบางอย่างต้องใช้เวลาตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอหมายจับจากศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ จนนำไปสู่การเข้าจับกุมนายกฤติเดช ระเวงวรรณ อายุ 34 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านสีถาน หมู่ 15 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ และศาลไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากหวั่นเกรงความปลอดภัยของพยานและผู้เสียหาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เนื่องจากมีคนโพสต์เฟซบุ๊กและแชร์กันต่อ เพื่อพยายามสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนและสังคมเข้าใจผิด ว่า การจับกุมนายกฤติเดชนั้น เป็นการจับแพะ เพียงเพื่อต้องการเลื่อนยศตำแหน่ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องต้องออกมายืนยันและย้ำอีกครั้งว่าการจับกุมตัวผู้ใหญ่บ้านนั้น ตำรวจมีพยานหลักฐานครบและแน่นหนา พร้อมเตรียมรวบรวมหลักฐานเอาผิดกับผู้ที่พยายามสร้างสถานการณ์และสร้างความเข้าใจผิดให้กับคนในสังคม

พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีพลเมืองดีแจ้งและส่งข้อมูลเข้ามาว่ามีคนและกลุ่มบุคคลพยายามสร้างสถานการณ์ ว่า การจับกุมนายกฤติเดชเป็นการจับแพะ ยัดเยียดข้อหา เพียงเพื่อต้องการเลื่อนยศตำแหน่งเท่านั้น โดยตำรวจชุดคลี่คลายคดีทั้งหมดยังขอยืนยันและย้ำว่า การจับกุมครั้งนี้ ตำรวจมีพยานหลักฐานครบและแน่นเพียงพอ ทั้งรอยกัดที่นิ้ว รอยข่วนตามร่างกาย รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ และหลักฐานอื่นๆ จนกระทั่งขอหมายจับจากศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ดังกล่าว

พล.ต.ต.อภิชิตกล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่ทำให้ล่าช้ายาวนาน เนื่องจากหลักฐานบางอย่าง โดยเฉพาะการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทั้งรถของคนร้ายและรถของน้องสโนว์จะต้องตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องใช้เวลาเปรียบเทียบสี ส่วนรอยกัดที่นิ้วจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียด จนทราบผลว่าเป็นรอยฟันของมนุษย์ ไม่ใช่รอยกัดของสัตว์ ซึ่งต้องใช้เวลาเช่นกัน ส่วนพยานของคดีในเบื้องต้นนั้น ก่อนหน้านี้ชาวบ้านยังไม่กล้าออกมาให้การเป็นพยาน เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลของผู้ใหญ่บ้านและกลัวว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ซึ่งตำรวจจะต้องใช้ความพยายามและสร้างความมั่นใจ กระทั่งมีชาวบ้านเต็มใจออกมาเป็นพยาน ดังนั้นตำรวจจึงขอย้ำอีกครั้งว่าการจับกุมผู้ใหญ่บ้านครั้งนี้ไม่ใช่การจับแพะ และได้กำชับให้ สภ.กมลาไสยรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่โพสต์ข้อความใส่ร้ายและหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ สำหรับความคืบหน้าของคดีขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบพยานเพิ่มเติมเสร็จแล้ว และกำลังเร่งสรุปสำนวนคดีส่งอัยการในเร็วๆ นี้

Advertisement