เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 11 เมษายน ที่ห้องพิจารณา 509 ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ถนนสวนผัก ศาลนัดไต่สวนคำร้องที่ขอเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง ในคดีแพ่ง หมายเลขดำ ส.558/2558 ที่นางประนอม แดงสุภา และ น.ส.ศิริวัลย์ แดงสุภา ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโต และนายสุชาติ ภาษาประเทศ สามีนางศิริพร เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดเรื่องเพิกถอนนิติกรรม ถือกรรมสิทธิ์แทนโดยคืนทรัพย์ และเรียกค่าเสียหายทุนทรัพย์รวม 561,950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
โดยวันนี้มีเพียงทนายความทั้ง 2 ฝ่ายเดินทางมาศาล คือนายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความนางประนอม และ นายทวิชา หวังโพคา ทนายความจำเลยที่ 2 ส่วนนางประนอมและนางศิริพร ไม่ได้เดินทางมา
ต่อมาทนายความทั้งสองได้ร่วมแถลงต่อศาลว่าโจทก์และจำเลยเคยเจรจาต้องลงกันที่วังวรดิศ โดยนางประนอม จะยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในคดีนี้และคดีอาญาที่ศาลจังหวัดนครปฐม แต่มีการตกลงกันว่าจะแบ่งและแลกเปลี่ยนทรัพย์มรดกก่อน ประกอบด้วยที่ดิน 3 แห่ง รวม 10 กว่าแปลง ที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ในกทม. ที่ดินในจังหวัดขอนแก่นและที่ดินในจังหวัดนครราชสีมา และนางศิริพร ได้ขอมอบเงินเดือนให้กับนางประนอม เดือนละ 1 ล้านบาท ทุกเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2559
ขณะที่นายพิสิษฐ์ แถลงว่านางประนอม โจทก์ที่ 1 ต้องการทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลก่อนจึงจะถอนฟ้องและยังมีทรัพย์บางรายการที่ต้องการเจรจากับจำเลย ได้แก่หุ้นที่บริษัท น้ำพริกเผาไทย แม่ประนอม จำนวน 18,200 หุ้น และหนี้สินที่นางประนอมกู้มาเปิดร้านอาหาร จำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งทนายนางศิริพร แถลงว่าในการเจรจาครั้งที่ผ่านมาไม่ได้มีเงื่อนไขในส่วนนี้แต่จะนำไปหารือกับนางศิริพรก่อน หากได้ข้อสรุปแล้วจะแถลงต่อศาลนัดหน้า
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีระหว่างมารดาและบุตร หากมีการตกลงกันได้ก็จะเป็นเรื่องดีกว่าการสืบพยานจึงให้เลื่อนนัดไต่สวนออกไปในวันที่ 30 พฤษภาคม นี้ เวลา 13.30 น.
นายทวิชาให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้นำโฉนดที่ดินมาแสดงต่อศาลด้วยเพราะเห็นว่าพร้อมที่จะมีการแลกเปลี่ยนทรัพย์เกี่ยวกับที่ดินกว่า 10 แปลง ที่นางศิริพรได้ซื้อมาขณะที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ และจะเสนอเงินเดือนให้นางประนอมไว้ใช้จ่ายอีกเดือนละ 1 ล้านบาท ซึ่งข้อตกลงนี้ไม่เกี่ยวกับหุ้นของบริษัทและหนี้สินอีก 20 ล้านบาท บุคคลที่นำเรื่องนี้ไปพูดเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในวันไกล่เกลี่ยที่วังวรดิศ และเท่าที่เห็นในบันทึกข้อตกลงก็มีเพียงที่ดินและเงินเดือน
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันไกล่เกลี่ยนางประนอมยืนยันว่าจะได้หุ้นคืนเป็นการพูดเท็จหรือไม่ นายทวิชา กล่าวว่า ขณะนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ความปรองดองกำลังกลับมาอย่าเพิ่งไปคิดว่าใครจะพูดเท็จ
เมื่อถามว่านางประนอมต้องการหุ้นและให้นางศิริพร ชดใช้หนี้ 20 ล้านบาทจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายทวิชา กล่าวว่า วันนี้ได้ยืนยันกับศาลว่าการตกลงในครั้งก่อนไม่มีเงื่อนไขนี้ ซึ่งมีเพียงที่ดินเท่านั้น ซึ่งศาลเห็นว่ายังมีข้อเสนอเพิ่มเติ่มบางส่วนของโจทก์จึงให้คู่ความกลับไปคุยกันก่อนและนัดอีกครั้งในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ หากตกลงกันได้ก็ให้ทำบันทึกและโอนโฉนดที่ดินได้ทันทีแต่หากยังพูดคุยไม่ลงตัวก็ให้นัดอีกครั้งและกำชับให้นำคู่ความมาศาลด้วย
ด้านนายพิสิษฐ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยต่อหน้าศาลแล้วทั้ง 2 ฝ่ายมีทั้งข้อยุติแล้วและยังมีข้อที่ยังขัดแย้งกันอยู่ซึ่งหากเสร็จสิ้นแล้วก็จะมีการจำยอมต่อหน้าศาลต่อไป ในส่วนข้อที่ตกลงกันได้นั้นก็คือส่วนของที่ดิน 3 แห่งประมาณ 10 แปลงที่ตกลงกันได้ส่วนที่ตกลงกันไม่ได้คือ เรื่องหุ้นบริษัท และหนี้สินจำนวน 20 ล้านบาทที่แม่กู้มาเปิดร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูเทปข่าวเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าแม่ประนอมแถลงต่อสื่อเรื่องการคืนหุ้น กระทั้งวันนี้ ทนายฝ่ายลูกสาวได้แถลงย้อนว่าอยู่นอกเหนือข้อตกลงในวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งตนคิดว่าอาจเกิดจากการสับสนในข้อมูลและการพูดคุยกันเนื่องจากในวันนั้น รายละเอียดที่คุยค่อนข้างเยอะ อาจทำให้มีการสับสนในความเข้าใจของแม่ลูกได้ อย่างไรก็ตามวันนี้เห็นว่าเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างแม่ลูกกำลังไปด้วยดี อย่างที่หลายๆ ฝ่ายต้องการเห็นภาพนี้ ซึ่งหากตกลงกันได้ในเรื่องหุ้นและเงิน 20 ล้านก็จะเดินทางมาทำเรื่องจำยอมต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ซึ่งศาลจะทำจำยอมให้และมีผลบังคับใช้ กระทั่งนำไปสู่การยื่นถอนฟ้องในคดีอาญาที่ศาลจังหวัดนครปฐมต่อไป
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ จะกลับไปคุยกับลูกความในเรื่องทรัพย์ที่ตกลงกันได้แล้วส่วนที่ยังขัดแย้งกันอยู่ ซึ่งศาลอยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายกลับไปคุยกัน ว่าส่วนไหนจะยืดหยุ่นกันได้ ตนเองหากแม่ประนอมพึงพอใจก็จะทำตามความต้องการ หากส่วนไหนยังไม่พึงพอใจก็จะดำเนินการ โดยทั้ง 2 ฝ่ายแม่ลูกต้องคุยกันเอง ตนในฐานะทนายความเห็นว่าไม่ควรไปยุ่งในเรื่องตัวทรัพย์สิน ทนายมีหน้าที่เพียงดำเนินการเรื่องที่คุยให้ไปในรูปแบบของกฎหมายให้สำเร็จเท่านั้น ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่ง และกดดันลูกความ ซึ่งเหลือเพียงรายละเอียดเล็กน้อยที่แม่ลูกต้องคุยกัน

