เมื่อวานนี้ เวลา 23.00 น. ได้เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ อ.จะนะ อีกครั้ง เมื่อคนร้ายไม่ทราบจำนวนนำระเบิดเพลิงไปวางไว้ในร้านเกณฑ์ดีช็อป ซึ่งเป็นร้านขายของชำ โดยมีนายชม เพชรรัตน์ พบสินค้าบนชั้นวางของภายในร้านเสียหายเล็กน้อย เพราะเจ้าของร้านรู้ตัวขณะที่กำลังนอนหลับ ทำให้สามารถดับเพลิงได้ทัน
จากการตรวจสอบพบหลักฐานเป็นโทรศัพท์มือถือต่อกับแบตเตอรี่เป็นตัวจุดชนวน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลมาเป็นเรื่องส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์

รายงานข่าวว่า สำหรับในเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่สถานีชุมทางหาดใหญ่จนถึงสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ยังคงเดินรถตามปกติทุกขบวน แม้จะเกิดระเบิดขึ้นที่หน้าสถานีรถไฟจะนะก็ตาม
นายสมาน รักษาวงศ์ สารวัตรงานเดินรถแขวงหาดใหญ่ เปิดเผยว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารและรางแต่อย่างใด มีเพียงตัวสถานีที่ได้รับความเสียหายเท่านั้นรถไฟทุกขบวนยังให้บริการตามปกติโดย ในช่วงเช้าทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จะเข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยไม่มีระเบิดซ้ำสอง
สำหรับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุระเบิดหน้าสถานีรถไฟจะนะเมื่อคืนที่ผ่านมา มีจำนวน 17 ราย ประกอบด้วยผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้แก่ 1.ร.ต.อ.ยอดชาย บุญส่ง รอง สวป.สภ.จะนะ 2. ด.ช.อาหมัดยาซีน หมัดซัน อายุ 4 ขวบ ส่วนผู้บาดเจ็บ ได้แก่ 1.ด.ต.อำนาจ ชาลิผล พลขับ 2.นายนพเก้า ค้าขึ้น อายุ 54 ปี 3.ด.ญ.อิฟฟะฮ์ หมัดซัน อายุ10 เดือน 4.นายชูสิทธิ์ หมัดซัน อายุ 30 ปี 5.น.ส.ฮัฟเฮาะฮ์ โตะเงาะ อายุ 28 ปี 6.นายอาบัต มะหะหมัด อายุ 69 ปี 7.นายยูนะ ดือราเฮง อายุ 66 ปี 8.ด.ญ.อาอิชะฮ์ หมัดซัน อายุ 2 ปี 9. นายธีระยุทธ์ อรุณเรือง อายุ 42 ปี 10.นายกิตติชัย พิณสุวรรณ อายุ 54 ปี 11.นายพงษ์ศักดิ์ บุญแย้ม อายุ 59 ปี 12.นายพงษ์เทพ บุญแย้ม อายุ 24 ปี 13.น.ส.เพ็ญนภา คชนูด 14. น.ส.มลิพรรณ วงศ์สุริยะและ 15.ว่าที่ ร.ต.อภิเชษ์ หวังหลีน โดยผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่อาการปลอดภัย มีแผลถลอก แน่นอก หูอื้อ แพทย์ตรวจร่างกายแล้วอนุญาตให้กลับบ้าน สาเหตุเป็นการสร้างสถานการณ์เชื่อมโยงจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุ ร.ต.อ.ยอดชายและด.ต.อำนาจ ทั้งสองขับรถกระบะจอดที่หน้าสถานีรถไฟจะนะและเดินลงไปตรวจความเรียบร้อยบริเวณสถานีรถไฟประมาณ 20 นาที มีคนร้ายขับรถจักรยานยนต์บอมบ์ชนิดแสวงเครื่องหนักประมาณ 10 กก. มาจอดไว้ข้างรถตำรวจ เมื่อตำรวจจึงเดินกลับมาที่รถ คนร้ายจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ เชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเป้าหมายทำร้ายเจ้าหน้าที่

