เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) กล่าวถึงกรณีเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต 2 ลำ ที่บริเวณเกาะเฮ และเกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกเจ้าของเรือทั้ง 2 ลำ มาสอบปากคำพูดคุยในเรื่องการเยียวยา พร้อมทั้งประสานให้ ผกก.สภ.ฉลอง ดำเนินคดีอาญากับคนขับเรือ และนายท้ายเรือ ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้อื่นเสียชีวิต ส่วนเรือที่กู้ขึ้นมาก็ยึดเป็นของกลาง กรณีนี้ถือว่าคนขับเรือไม่ฟังคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา เรือเล็กห้ามออกจากฝั่ง แต่เรือขนาดกลางก็ควรระมัดระวังด้วย ไม่ควรฝ่าฝืนเพื่อหวังประโยชน์ส่วนตน เรื่องนี้ต้องดำเนินคดีทุกราย เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีผู้สูญหายจำนวน 54 คน มีเรือติดเกาะ 8 ลำ สามารถขึ้นฝั่งแล้ว 6 ลำ
อย่างไรก็ตาม วันนี้เวลาประมาณ 14.00 น. จะเดินทางพร้อมกับตัวแทนจากสถานทูตจีน สถานทูตอเมริกา และสถานทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบเหตุที่ จ.ภูเก็ต ส่วนการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นแพทย์ก็เร่งช่วยเหลือแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ส่วนคนสูญหายทางกองทัพเรือ ชุดประดาน้ำ และกองบังคับการตำรวจน้ำ กำลังเร่งค้นหา ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ส่งล่ามจำนวน 12 คน ประจำอยู่อยู่โรงพยาบาลใกล้เคียงที่มีผู้บาดเจ็บชาวต่างชาติ เพื่อช่วยในการแปลภาษา และเวลา 16.00 น. จะพูดคุยกับเจ้าของเรือทั้ง 2 ลำ เพื่อหาทางเยียวยาผู้ประสบภัย ยืนยันว่าดำเนินคดีทุกราย เรือที่ประสบเหตุยึดเป็นของกลางทั้งหมด
“สำรับคนขับเรือ นายท้ายเรือจะอ้างว่าไม่ได้ว่าอากาศปลอดโปร่ง เพราะกรมอุตุฯออกประกาศเตือนแล้ว ไม่ใช่ตามใจนักท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ส่วนตน วันนี้ต้องดำเนินคดีสูงสุดให้เป็นเยี่ยงอย่างให้กับผู้ประกอบการทุกราย โดยจะพูดคุยหารือกับอธิบดีกรมเจ้าท่าว่ามีพฤติกรรมแบบนี้สามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้หรือไม่ พร้อมทั้งหารือกรมการท่องเที่ยวว่าจะมีการพักใช้ใบอนุญาตนำเที่ยวด้วยหรือไม่ เพราะมีผู้เสียชีวิต 1 คนก็มากพอแล้ว จะอ้างเหตุสุดวิสัยคงฟังไม่ขึ้น ยืนยันไม่ได้ซ้ำเติมใคร” รอง ผบช.ทท.กล่าว

