วันที่ 11 กรกฎาคม จากเหตุการณ์ที่นายโสภณ สร้อยสูงเนิน หรือช้าง อายุ 28 ปี นักโทษของเรือนจำชั่วคราวเขาพลอง ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท ได้หลบหนีออกจากเรือนจำโดยอาศัยเดินเท้าลัดเลาะตามป่าเขาที่อยู่รอบเรือนจำ หายตัวไปเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ผู้นำชุมชนที่อยู่โดยรอบเรือนจำต้องประกาศแจ้งเตือนให้ลูกบ้านเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ พร้อมทั้งหากมีเบาะแสให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่นั้น
ต่อมานายนิพันธ์ จำเนียรพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำชัยนาท ได้จัดชุดไล่ล่าติดตามไปยังที่อยู่ตามทะเบียนของนายโสภณ คือบ้านเลขที่ 64 หมู่ 6 ต.หาดท่าเสา อ.เมืองชัยนาท แต่ก็ไร้วี่แววเพราะบ้านหลังดังกล่าวถูกทิ้งร้าง ตั้งแต่นายโสภณถูกตัดสินจำคุกในเรือนจำเมื่อปี 2559 ในคดียาเสพติด และมีกำหนดพ้นโทษในปี 2564 โดยญาติๆ ยืนยันว่านายโสภณไม่ติดต่อมา และจากเบาะแสที่ได้จากแหล่งข่าวทราบว่านายโสภณอาจจะไปหาลูกที่ จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปแต่ก็คลาดกัน
ล่าสุดผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า สามารถติดตามจับกุมตัว ช้าง ธัญญะอุดม หรือนักโทษชายโสภณ สร้อยสูงเนิน ได้แล้วเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.ที่ผ่านมา ขณะที่นายช้างเข้าพักอยู่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ใน อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นผลจากการวางสายข่าว ทำให้สามารถจัดกำลังเข้าชาร์จตัวได้โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืน และนำตัวเข้าควบคุมในเรือนจำชัยนาท ส่วนเรื่องโทษของนักโทษโสภณ เดิมตามความผิดคดียาเสพติดจะพ้นโทษในเดือนมิถุนายน 2564 แต่การหลบหนีจากที่คุมขังครั้งนี้ จะมีการแจ้งความดำเนินคดีแยกต่างหาก เนื่องจากเป็นการกกระทำผิดต่างกรรม ต่างวาระ และต่างฐานความผิด
ทั้งนี้ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 190 ผู้ใดหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

