พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้ายที่ใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายแล้วนำตัวไปเรียกค่าไถ่ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ว่า ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม เวลาประมาณ 22.15 น. ผู้ต้องหากับพวกรวม 5 คน ได้ใช้รถยนต์ ขับปาดหน้ารถยนต์ ซึ่งมีผู้เสียหายที่ 1 และ 2 อยู่ภายในรถ และทำให้รถยนต์ทั้งสองได้เฉี่ยวชนกันได้รับความเสียหาย รถยนต์ของผู้เสียหายไปหยุดที่ขอบทางข้างโรงแรมสุภัค ถนนเสน่หา ต.กาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จากนั้นผู้ต้องหากับพวกได้ลงมาจากรถยนต์ ใช้อาวุธมีดทุบรถยนต์ของผู้เสียหาย ใช้เท้าถีบรถยนต์ของผู้เสียหาย แล้วเปิดประตูรถของผู้เสียหาย จากนั้นใช้อาวุธมีดบังคับผู้เสียหายทั้ง 2 คน ลงจากรถยนต์แต่ผู้เสียหายไม่ยอมลงจากรถยนต์ ต่อมามีเพื่อนของผู้ต้องหาขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวนทางมาแล้วปิดท้ายรถยนต์ของผู้เสียหาย จากนั้นผู้ต้องหาได้ลงมาลากเอาตัว ผู้ต้องหาที่ 2 หลบหนีไป จากนั้นได้นำตัว ผู้ต้องหาที่ 2 ไปควบคุมไว้ที่โรงงานน้ำแข็งโดยใช้ผ้ามัดตาและเชือกมัดที่เท้า ของผู้เสียหาย ขณะควบคุมตัวไว้ พร้อมให้ตัว ผู้เสียหายที่ 2 โทรศัพท์ติดต่อญาติเพื่อให้นำเงินจำนวน 350,000 บาท มาจ่ายให้กับพวกผู้ต้องหา จึงจะปล่อยตัวตัวผู้เสียหายที่ 2 จนกระทั่งต่อมาผู้เสียหายที่ 2 สามารถหลบหนีมาได้ โดยไม่ได้จ่ายเงิน
รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับคดีนี้ พนักงานสอบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ทำการสืบสวนสอบสวนและสามารถจับกุมผู้ต้องหา 3 คนแรก ได้ตั้งวันที่ 11 กรกฎาคม และ ในวันนี้ 12 กรกฎาคม ผู้ต้องหาอีกทั้งสองคนได้เข้ามามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่นจนถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกันกระทำความผิดผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือด้วยประการใดๆ ให้อื่นผู้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ร่วมกันพยายามหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่, พาอาวุธมีไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
พร้อมกันนี้ ได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจืนดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำการสืบสวน ขยายผล จับกุม ถึงผู้ที่สนับสนุนหรืออยู่เบื้องหลังทั้งหมด สำหรับสาเหตุจูงใจที่คนร้ายได้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้นั้น ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวมรวมพยานหลักฐาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทวงหนี้ หรือยาเสพติด โดยจะต้องทำการสืบสวนและขยายผลหาพยานหลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

