เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วานนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุนรสิงห์ สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท และมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในชุมชนซอยวัดสามัคคีศรัทธาราม (โกรกกรากใน) หมู่ที่ 3 ตำบลบางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยผู้แจ้งได้ประสานขอให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร นำผู้บาดเจ็บสาหัสส่งโรงพยาบาล แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯกำลังให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลและยกร่างใส่เปลหามเพื่อนำส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร ทราบชื่อต่อมาคือ นายดำเนิน เอกสังข์ อายุ 50 ปี เสียชีวิตบริเวณลานดินหน้าบ้านของผู้ตายนั่นเอง มีบาดแผลถูกอาวุธมีคมแทงเข้าที่บริเวณชายโครงด้านซ้ายและใต้ราวนมซ้าย เป็นแผลลึกเลือดไหลทะลัก ส่วนบนบ้านของผู้ตายซึ่งเป็นบ้านเพิงพักชั้นเดียว พบขวดเหล้าขาววางอยู่ข้างที่นอน 1 ขวด และมีกับข้าววางอยู่ที่พื้นบ้านอีกเล็กน้อย
ต่อมาจากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยการนำของ พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิรัตน์ ผลพัฒนสกุลชัย สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้ทำการควบคุมตัวนายสนธิพัฒน์ เอกสังข์ อายุ 36 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิตไว้ เนื่องจากเป็นผู้ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับนายดำเนิน ก่อนที่นายดำเนินจะเสียชีวิตลง
จากการสอบสวนนายสนธิพัฒน์ ให้การภาคเสธว่า มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับพี่ชายจริงแต่ไม่ได้เป็นคนแทงพี่ชาย โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองเพิ่งจะกลับมาจากทำงานยังไม่ทันจะก้าวขึ้นบันไดบ้าน ก็ได้ยินเสียงพี่ชายตะโกนลงมาต่อว่าตนและพี่น้องคนอื่นๆ ด้วยน้ำเสียงมึนเมา จากนั้นพี่ชายก็เดินลงมา มีปากเสียงกับตนเองที่บริเวณลานดินหน้าบ้านเรื่องภายในครอบครัวพี่น้อง แล้วก็มีการลงไม้ลงมือกัน และตนเห็นพี่ชายเหมือนจะชักอะไรออกมาจากข้างเอว แต่ไม่ทันไรพี่ชายก็ล้มลงมีเลือดไหลออกมาจากทางชายโครงซ้ายและใต้ราวนมด้านซ้าย ซึ่งตนไม่รู้ว่าพี่ชายถูกแทงได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ตนเองไม่ได้มีอาวุธอะไรไปทำร้ายพี่ชายเลย แต่ก็รู้สึกเสียใจที่มีส่วนทำให้พี่ชายเสียชีวิต
ขณะที่คนข้างบ้านรายหนึ่ง บอกว่า นายดำเนิน ผู้เสียชีวิตนั้น ไปทำงานต่างจังหวัดและเพิ่งจะกลับมาอยู่บ้านกับแม่ที่พิการได้ไม่กี่วัน แต่จะมีนิสัยชอบกินเหล้าตอนเย็นทุกวัน เมื่อกินเหล้าเมาแล้วก็จะเอะอะโวยวายว่าพี่ว่าน้อง ส่วนนายสนธิพัฒน์ นั้น มีนิสัยที่ไม่ค่อยพูด ทำงานเลี้ยงดูแม่ที่พิการ ไม่มีครอบครัว โดยในช่วงที่พวกตนกำลังนอนอยู่ในบ้านนั้น ก็ได้ยินเสียงพี่น้องสองคนนี้ทะเลาะกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ จึงออกมาดูและก็เห็นว่านายดำเนินฯ ล้มลงกับพื้นดิน ร่างกายมีเลือดไหลออกมา จึงได้แจ้งประสานขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ มารับผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล เพราะคนในพื้นที่ไม่มีใครมีรถยนต์เนื่องจากเป็นคนทำมาหากินแบบหาเช้ากินค่ำเท่านั้น แต่ก็ไม่ทันนายดำเนิน ได้เสียชีวิตลงก่อนที่จะถึงมือแพทย์
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของนายสนธิพัฒน์ จึงได้นำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร และได้ให้เจ้าหน้าที่วิทยากร จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังจะต้องค้นหาอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุให้เจอด้วย เนื่องจากไม่พบในที่เกิดเหตุ และสภาพโดยรอบบ้านก็มืดมาก โดยจะต้องมีการเข้ามาตรวจค้นกันต่อไป เพื่อนำไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงบนอาวุธ ก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุต่อไป

