เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 เมษายน พ.ต.ต.รณเดช บุตรศรี สารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีไฟไหม้โกดังเก็บเศษด้ายของร้านมีถาวรการค้า ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ซ.วิรุณราษฎร์ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลนครอ้อมน้อยเข้าควบคุมเหตุ แต่เนื่องจากโกดังหลังนี้เป็นที่รับซื้อและเก็บเศษด้าย จึงทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ต้องมีการขอรถน้ำดับเพลิงเพิ่มจากเทศบาลตำบลสวนหลวง เทศบาลตำบลท่าเสา และเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน รวมกว่า 10 คัน โดยต้องใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมงจึงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไปอีกระยะหนึ่งเพื่อไม่ให้ความร้อนที่อยู่ใต้กองเศษด้ายปะทุขึ้นมาอีก
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบโกดังหลังนี้มีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว หลังคาสูง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 160 ตร.ว. ภายในมีถุงบิ๊กแบ๊กบรรจุเศษด้ายเก่าที่ทางเจ้าของโรงงานรับซื้อมาเก็บไว้เป็นจำนวนมาก จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น ส่วนความเสียหายนั้นก็มีทั้งส่วนที่เป็นโครงเหล็กของหลังคาโกดังถูกความร้อนจนงอตัวลงมา ไม่สามารถนำมาซ่อมแซมได้ รวมถึงเศษด้ายที่เก็บอยู่ภายในโกดังได้ถูกไฟไหม้ส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งก็เปียกน้ำได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน

ด้านนางสาคร ทองสุขา อายุ 47 ปี เจ้าของร้านมีถาวรการค้า และเป็นเจ้าของโกดังบอกว่า ในช่วงเกิดเหตุตนและครอบครัวได้เดินทางไปทำบุญตามวัดต่างๆ ที่ จ.สมุทรสงคราม ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ส่วนคนงานก็หยุดงานพักผ่อนกัน โดยเพิ่งจะหยุดทำงานวันนี้เป็นวันแรก และเมื่อก่อนที่จะออกจากบ้านก็ได้ตรวจดูความเรียบร้อยที่โกดังเป็นอย่างดีแล้ว คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น ซึ่งเมื่อคนงานโทรศัพท์ไปบอกก็ได้รีบขับรถกลับมา และเมื่อเห็นสภาพของโกดังที่ถูกไฟไหม้จนเสียหายเกือบทั้งหมดก็ทำให้แทบจะล้มทั้งยืน มูลค่าความเสียหายนั้นหลายล้านบาท ส่วนสาเหตุก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่มีชาวบ้านบอกว่า ก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้โกดังเห็นมีกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากกอหญ้าแห้งที่ติดอยู่กับด้านหลังโกดัง จึงคาดว่าอาจจะมีใครไปจุดไฟเผาหญ้า หรือไม่ก็หญ้าแห้งอาจจะลุกไหม้ขึ้นเองเนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด จึงทำให้เพลิงลุกลามเข้ามาไหม้โกดังของตนก็เป็นไปได้
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ให้เจ้าหน้าที่วิทยการ กองพิสูจน์หลักฐาน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

