วันที่ 13 เมษายน ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถจักรยานยนต์บอมส์หน้าสถานีรถไฟจะนะ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ทำให้มีผู้เสียชีวิต2 คนคือ ร.ต.อ.ยอดชาย บุญส่ง รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสภ.จะนะและ ด.ช.อาหมัดยาซีน หมัดซัน อายุ 4 ขวบ นอกจากนี้ยังมีตำรวจและชาวบ้านบาดเจ็บอีก 15 คน โดยบรรยากาศที่สถานีรถไฟจะนะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว มีการเคลียร์และเปิดพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุทั้งหมด พร้อมซ่อมแซมความเสียหายภายในสถานีเรียบร้อย ทำให้มีประชาชนมาใช้บริการรถไฟตามปกติแต่บรรยากาศในเขตเทศบาลตำบลจะนะค่อนข้างเงียบเหงา แม้จะเป็นวันสงกรานต์เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากอำเภอจะนะสงบและไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงมานาน
ส่วนความคืบหน้าการสืบสวนล่าตัวคนร้ายทั้งสองคนที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปวางระเบิดตามที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด มีรายงานจากชุดสืบสวนว่า เจ้าหน้าที่กำลังแกะรอยเส้นทางที่คนร้ายขับรถจักรยานยนต์หลบหนี ซึ่งในขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยพบว่าหลังก่อเหตุได้ขับหลบหนีไปตามถนนเลียบทางรถไฟไปออกถนนสายจะนะ-นาทวี และเข้าทางลัดไปออกบริเวณด้านหลังปั้มน้ำมัน ปตท.เข้าสู่ถนนสายเอเชียเส้นทางไปปัตตานี แต่หายไปบริเวณเขตรอยต่ออ.จะนะกับอ.เทพา ซึ่งคาดว่าอาจจะเลี่ยงไปใช้เส้นทางลัดและมุ่งหน้าเข้าสู่จ.ปัตตานี

“เส้นทางหลบหนีและเบาะแสจากป้ายทะเบียนรถ กษจ ปัตตานี 675 ที่แจ้งหายไว้ในพื้นที่จ.ปัตตานี เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นแนวร่วมในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงพยายามแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดว่าคนร้ายถอดชุดผู้หญิงอิสลามที่สวมใส่อำพรางตรงจุดใด เพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้ายทั้งสองคน” รายงานสืบสวนระบุ
นอกจากนี้ รายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ไล่ตรวจสอบรถต้องสงสัยทีละคัน ที่จอดอยู่ในรัศมีใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่เป็นผู้จุดชนวนระเบิด ซึ่งคาดว่าจะนั่งอยู่ภายในรถยนต์คันใดคันหนึ่งและในวันนั้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะประชุมสรุปความคืบหน้าคดีอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.ท.วีระพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภาค 9 เปิดเผยว่าเหตุการณ์ระเบิดหน้าสถานีรถไฟจะนะ จ.สงขลามีความคืบหน้าไปมากแล้ว มากกว่าที่ได้จากกล้องวงจรปิด รถต้องสงสัยที่ก่อเหตุและร่วมก่อเหตุมีมากกว่า 2 คัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ปล่อยให้ชุดสืบสวนภาค 9 และชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทำงานไปอีกระยะหนึ่ง ขณะนี้เร็วเกินไปที่จะสรุปตัวคนร้าย แต่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุดทั้งที่เกิดเหตุ นิติวิทยาศาสตร์ กล้องวงจรปิดและพยานบุคคล
พล.ต.ท.วีระพงษ์เปิดเผยว่า ในส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในเทศกาลสงกรานต์ยังมีความเข้มงวดเหมือนเดิม เพิ่มกำลังเข้าเสริมในพื้นที่เสี่ยงทุกพื้นที่ ทั้ง 4 อำเภอชายแดน จ.สงขลาและพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งได้รับควาร่วมมือจากประชาชนอย่างดี ในส่วนของอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายลดลง

