เวลา 14.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม ทนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยนายสุบิน ยาวิราช และนางสาวภาณิศา ยาวิราช พ่อและอาของนางสาวนรีกานต์ ยาวิราช อายุ 19 ปี ที่กระโดดลงจากรถเทรลเลอร์เสียชีวิตหลังไปเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อนๆ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น โดยทนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ นายสุบิน ยาวิราช และนางสาวภาณิศา ยาวิราช ได้เดินทางมาที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามผลการชันสูตรศพของน้องหญิงว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากการฆาตกรรมหรือเป็นอุบัติเหตุ
ด้านทนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ กล่าวว่า ที่ตนเองเดินทางมาในวันนี้เพื่อช่วยเหลือนายสุบิน ยาวิราช และนางสาวภาณิศา ยาวิราช พ่อและอาของนางสาวนรีกานต์ ยาวิราช อายุ 19 ปี หรือน้องหญิงที่เสียชีวิตหลังจากไปเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อนๆ และก็ขอดูผลการชันสูตรศพของน้องหญิง และในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. ตนเองพร้อมครอบครัวน้องหญิงจะเดินทางไปที่กองปราบปรามเพื่อให้ทำคดีแทน เพราะว่าขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนของ สภ.บางปะอิน ยังไม่ได้สอบปากคำทางพ่อและญาติๆ ของน้องหญิงเลยและยังไม่มีการส่งมอบพยานหลักฐานเลย และขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนไปแจ้งข้อกล่าวหากับนายอ๊อฟที่เป็นคนพาน้องหญิงขึ้นรถเทรลเลอร์ไป โดยแจ้งข้อหาว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขณะนี้นายอ๊อฟถูกนำตัวไปฝากขังแล้ว ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอินทำแบบนี้ก็ไม่ได้ยินยอมให้เราเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ ทางเราก็ต้องไปขอให้กองปราบปรามรื้อคดีนี้ขึ้นมาทำใหม่ และตนก็เห็นว่าการแจ้งข้อหาว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทางพนักงานสอบสวนเอาหลักฐานที่ไหนมา เพราะขณะนี้หลักฐานอยู่ที่เราหมดและยังไม่ได้มอบพยานหลักฐานให้กับพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอินเลย และแจ้งไม่ตรงกับพยานหลักฐาน ซึ่งทางเรามั่นใจว่าคดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม ไม่ใช่คดีกักขังหน่วงเหนี่ยว

ทนายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน และตนเองก็งงว่าผลทางนิติวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ได้ กล้องวงจรปิดทางตำรวจก็ยังไม่มีและไปแจ้งข้อหากับนายอ๊อฟในข้อหากังขังหน่วงเหนี่ยวได้อย่างไร และตรงนี้ทางเราก็รอว่าผลการชันสูตรพลิกศพนั้นมีบาดแผลตรงไหนบ้าง มีการใส่ยากล่อมประสาทไหมและทางเราก็จะเดินทางไปที่โรงพยาบาลการุณเวชเพื่อของผลการเอ็กซเรย์ ว่ามีบาดแผลตรงไหนบ้างที่น้องหญิงเข้ารักษาตัวครั้งแรกนั้น เพราะบาดแผลที่ศีรษะน้องหญิงนั้นมันขัดแย้งกับบาดแผลที่ตกลงมาจากรถนั้นอยู่ทางซีกซ้าย แต่บาดแผลที่อื่นนั้นอยู่ทางซีกขวาและตามใบหน้าไม่มีบาดแผลซึ่งทางแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าถูกตีด้วยของแข็ง ซึ่งขณะนี้ทางเราข้อมูลของรถเทรลเลอร์คันนี้หมดแล้ว และข้อมูลทางโทรศัพท์ของผู้ตายนั้นซึ่งขาดการติดต่อขณะรถหยุดพอดี นอกกจากนี้เราต้องการเสื้อผ้าของผู้ตายไปตรวจดีเอ็นเอ เพราะพื้นที่เกิดเหตุนั้นเป็นทางยางมะตอยซึ่งถ้าน้องการโดดลงมานั้นเสื้อผ้าก็ต้องมารอยฉีกขาดบ้างเช่นกัน

