เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 29 กรกฎาคม ร.ต.ท.นิธิวิทย์ สัตตธนชัยภัทร รอง สว.(สอบสวน) สน.หนองแขม รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งโจรกรรมรถประจำทางขับพุ่งชนรั้วบ้านประชาชน บริเวณฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านเดอะเนเจอร์ซิตี้ ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ (คลองขวาง) แขวงและเขตหนองแขม กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ตำรวจจราจร และชุดปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน รถวิ่งสวนกันฝั่งทิศทางมุ่งหน้าบางบอน 5 เจ้าหน้าที่พบ รถประจำทาง ขสมก.สาย 7 สีครีมแดง ทะเบียน 12-0196 กรุงเทพมหานคร เลขข้างรถ 6-504-7 วิ่งระหว่างคลองขวาง-หัวลำโพง ในสภาพแล่นย้อนศรเกยบาทวิถีขึ้นไปพุ่งชนกำแพงบ้านเลขที่ 5 หมู่ 14 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวงและเขตหนองแขม กทม.จนได้รับความเสียหายกระจกด้านหน้า กันชนและไฟส่องสว่างซีกขวาพังทั้งแถบ ส่วนรั้วบ้านมีปูนแตกร่อนลงมาเล็กน้อย สำหรับผู้ขับขี่รถประจำทางคันดังกล่าว ชื่อ นายทอม (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี เป็นคนใบ้ และมีอาการคล้ายบุคคลบกพร่องทางจิต ถูกชาวบ้านไล่จับกุมตัวเอาไว้ได้อย่างทุลักทุเล เบื้องต้นจึงควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์และทำการสอบสวนที่โรงพัก
จากการสอบสวน นายอดิเทพ บุบผาลา อายุ 42 ปี โชเฟอร์รถประจำทางคันดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนำรถมาจอดที่ท่ารถคลองขวาง อยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เพื่อรอคิววิ่งออกไปให้บริการประชาชน โดยตนไม่ได้สตาร์ทเครื่องเอาไว้แต่ทิ้งกุญแจคาอยู่ที่เบ้า จากนั้นก็มีคนวิ่งมาบอกว่ามีผู้ชายคล้ายคนสติไม่สมประกอบ แอบขึ้นไปบนรถสตาร์ทเครื่องยนต์ขับหลบหนีออกมา โดยขับออกจากท่ารถหักพวงมาลัยเลี้ยวขวาไปได้เพียง 300 เมตร ก็เสียหลักย้อนศรเกยฟุตบาทพุ่งใส่กำแพงรั้วบ้านดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเหตุมีชาวบ้านช่วยกันไล่จับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้แต่ยังเจรจากันไม่รู้เรื่องเนื่องจากเจ้าตัวเป็นใบ้

ด้าน ร.ต.ท.นิธิวิทย์ กล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุไม่มีใครเคยพบเห็นหรือรู้จักกับ นายทอม ผู้ต้องหารายนี้ แต่เมื่อนำตัวมาสงบสติอารมณ์ที่โรงพักแล้ว พบว่า เจ้าตัวแม้จะเป็นใบ้และมีอาการคล้ายผู้บกพร่องทางจิต แต่สามารถเขียนชื่อ-นามสกุลตัวเองได้อย่างชัดเจน จึงลองนำไปตรวจสอบประวัติทางทะเบียนราษฎร์จนสามารถติดต่อญาติๆ ได้ เบื้องต้นตนได้เจรจากับทางญาติแล้ว พบข้อมูลว่า นายทอม มีภูมิลำเนาอยู่ย่านจอมทอง ฝั่งธนบุรี มีอาการบกพร่องทางจิตจริง จึงได้ประสานญาติได้เดินทางมาพบที่โรงพักและนำหลักฐานด้านการรักษามายืนยัน ซึ่งหลังจากนี้จะต้องให้ญาติเจรจาชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ขสมก.และเจ้าของบ้านซึ่งกำแพงได้รับความเสียหายต่อไป.


