หลานเหยื่อกลุ่มเยาวชนรุมทำร้าย วอนอย่าปล่อยตายฟรี ผู้ใหญ่บ้านเผยประวัติโชกโชน ชาวบ้านหวั่นไม่ปลอดภัย

31.07.18 | 18:29 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 ที่มีผู้พบศพนายประเสริฐ ใจเรือน หรือนพ อายุ 44 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ที่ศาลาประชาคม หมู่บ้านพะเนา หมู่ที่ 1 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่าถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง จนศีรษะโชคด้วยเลือด และตามร่ายกายมีความบอบช้ำอย่างหนัก ซึ่งต่อมาชาวบ้านพะเนาหลายคน ได้ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า นายประเสริฐ ถูกกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 12-14 ปี ประมาณ 5 คน รุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ ได้ทำการสอบปากคำเด็กต้องสงสัยทั้งหมด พร้อมด้วยญาติผู้เสียชีวิต และชาวบ้านไปแล้วประมาณ 10 คน แต่จนถึงขณะนี้คดียังเงียบ โดยที่เด็กผู้ต้องสงสัยเหล่านั้นยังไม่ถูกแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย และยังคงลอยหน้า ลอยตาอยู่ในชุมชนตามปกตินั้น


ล่าสุด วันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปหมู่บ้านพะเนา หมู่ที่ 1 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เกิดเหตุ พบกับนางสุวรีย์ รักชื่น ผู้ใหญ่บ้านพะเนา หมู่ที่ 1 เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นายประเสริฐ ใจเรือน ถูกฆ่าตายในหมู่บ้าน ชาวบ้านทุกคนก็เชื่อแน่ว่าเป็นเด็กกลุ่มต้องสงสัยนี้ทำแน่นอน ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มีอยู่ด้วยกันจำนวน 7 คน โดยเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 12-14 ปี จำนวน 5 คน และเป็นคนหนุ่มอายุประมาณ 24-25 ปี จำนวน 2 คน เป็นหัวโจก ซึ่งก่อนหน้านั้นจะรวมกลุ่มกันก่อเหตุขโมยของในชุมชนอย่างโชกโชน ทั้งเล็กเล็กขโมยน้อย งัดบ้านเข้าไปขโมยของ ไปจนถึงขโมยรถจักรยานยนต์ ก็มี แม้ว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ แต่ก็ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเยาวชน ทำให้ถูกปล่อยออกมาจากสถานพินิจ มาอยู่ในชุมชนอีก ซึ่งชาวบ้านรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้มาก

ตนเองในฐานะเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะมีลูกบ้านมาร้องเรียนถูกเด็กกลุ่มนี้ก่อความเดือดร้อนให้ตลอด ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนก็พอทำใจได้ แต่มาครั้งนี้เป็นคดีฆ่าคนตาย ทำให้ทั้งหมู่บ้านรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยแล้ว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาวิธีอย่างไรก็ได้ ที่จะทำให้เด็กกลุ่มนี้ถูกจับออกไปจากหมู่บ้านโดยเร็ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด และไม่อยากให้กลับมาอยู่ในชุมชนนี้อีก
ทุกวันนี้ เด็กๆ ในหมู่บ้าน ไม่กล้าออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านในช่วงค่ำเลย เพราะกลัวว่าจะถูกเด็กกลุ่มนี้มาทำร้ายร่างกาย คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน ก็ไม่กล้าที่จะอยู่บ้านคนเดียว เพราะรู้สึกว่าในชุมชนไม่มีความปลอดภัยต่อชีวิตของพวกเขา แม้แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนจอหอ ก็ยังไม่กล้ารับเด็กหัวโจกคนหนึ่ง ที่เพิ่งเรียนจบ ป.6 เข้าเรียนต่อในระดับชั้นมัธยม เพราะรู้ว่าถ้ารับเด็กคนนี้เข้าเรียนต่อ จะทำให้ครูและเพื่อนนักเรียนทั้งโรงเรียนเดือดร้อนทั้งหมด ส่วนอีก 4 คน ที่ยังเรียนอยู่ระดับประถมศึกษา ก็อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะดูแลพฤติกรรมอย่างไร เพราะเกเรมาก การเรียนก็ไม่สนใจเลย

Advertisement

ด้านนางสาวพิมพ์ชนก ชุมจอหอ อายุ 31 ปี ชาวบ้านพะเนา หมู่ที่ 1 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหลานของผู้ตาย เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนเองรู้สึกว่าคดีจะล่าช้า กลัวว่าเรื่องจะเงียบหายไปเลย เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เรียกสอบปากคำตนเอง พร้อมด้วยญาติๆ ของผู้ตายไปหลายคนแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับเด็กๆ กลุ่มนี้แต่อย่างใด โดยบอกแต่เพียงว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานและหลักฐานให้แน่นก่อน ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเด็กกลุ่มนี้จะให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่า เป็นผู้ร่วมมือกันก่อเหตุใช้ไม้ทุบตีนายประเสริฐ จนได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าตำรวจจะรอผลการชันสูตรศพจากแพทย์ของ รพ.มหาราชนครราชสีมาก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ตาย ตายด้วยการถูกทุบตี หรือสาเหตุอื่นกันแน่ ดังนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ ตนเองก็กลัวว่าคดีจะพลิก เพราะถ้าเป็นคดีผู้ใหญ่ฆ่าคนตาย มีพยาน หลักฐาน และการรับคำสารภาพครบเช่นนี้แล้ว คงจะถูกดำเนินคดีไปนานแล้ว แต่เนื่องจากว่าคดีนี้ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนอายุ 12-14 ปี ตนเองจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา คนผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย อย่าปล่อยให้ญาติของตนต้องตายฟรี