ลุยตรวจ”ปุ้มปุ้ยบาร์เสี่ยอ้วน”โยงฆ่าฟอส-สปาย ไม่มีใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี-ปิดบาร์ทันที พบประวัติเคยยิงชายขายไอสกรีมดับคาหอพัก

1.08.18 | 11:23 น.

จากกรณีคนร้ายขับรถเก๋งสีขาว ไม่ทราบทะเบียนมาดักซุ่มยิง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ หรือสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส เสียชีวิตคาลานจอดรถ ฝั่งตรงข้ามหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากทั้งคู่เดินทางมาเที่ยวพัทยาฉลองวันเกิดกับเพื่อนอีก 2คน ภายหลังเกิดเหตุตำรวจภาค 2 ได้ระดมทีมสืบสวนติดตามแก๊งคนร้าย เบื้องต้นได้ให้น้ำหนักไปในเรื่องของชู้สาว เนื่องจากมีการสืบสวนทราบว่า มีเสี่ยภูเก็ตซึ่งทั้งคู่เคยทำงานมาติดพันน.ส.ปวีณา

ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ป่าตอง นำโดย พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารบก.ควบคุม พล.ร.5 ( ชป.รส.ร.25 ) และฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการชื่อ ปุ้มปุ้ยบาร์ (Pum Pui Bar) ตั้งอยู่เลขที่ 7 ล็อก B ซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งเป็นสถานประกอบการของ นายปัญญา ยิ่งดัง อายุ 39 ปี หรือ เสี่ยอ้วน ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการสังหาร น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ กับนายอนันตชัย จริตรัมย์

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ที่บาร์ดังกล่าวยังคงเปิดให้บริการตามปกติ มีนักท่องเที่ยวเริ่มใช้บริการ จึงเข้าแสดงตัวก่อน มีน.ส.จารุพักตร์ นันตนะ อายุ 29 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการร้าน นำตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในไม่พบตัวนายปัญญา หรือ เสี่ยอ้วน และจากการตรวจสอบไม่พบความผิดเกี่ยวกับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าใช้บริการ หรือการค้าประเวณี หรือสิ่งของผิดกฏหมายแต่อย่างใด แต่พบว่าไม่มีใบอนุญาตสถานประกอบการ จึงได้ควบคุมตัว น.ส.จารุพักตร์ฯ ส่ง พนักงานสอบสวนสภ.ป่าตอง และแจ้งข้อหาเปิดสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต และสั่งปิดไม่มีกำหนดเพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า นายปัญญา ยิ่งดัง อายุ 39 ปี หรือเสี่ยอ้วน เคยก่อเหตุยิงผู้อื่นเสียชีวิตก่อนมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน ซึ่งเป็นเจ้าของหอพักที่เกิดเหตุ ให้การว่า ผู้ตายมีอาชีพขายไอศกรีม ก่อนเกิดเหตุผู้ตาย ได้เดินทางไปหาเพื่อนสาวคนหนึ่งที่พักดังกล่าว และได้นั่งพูดคุยกันอยู่ที่บันไดชั้นที่ 4 ระหว่างนั้น ตนเองกลับมาจากทำธุระด้านนอก ได้ถามผู้ตายว่า “พักอยู่ที่ไหน” ทำให้ผู้ตายไม่พอใจ มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง กระทั่งตนได้เดินขึ้นไปที่ห้องพักบริเวณชั้นที่ 5 เพื่อยุติปัญหาแต่ผู้ตายได้ให้เพื่อนสาวหลบเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะเดินตามตนขึ้นไปที่ชั้น 5 จึงชักอาวุธปืน ขนาด 9 มม.ยิงใส่ผู้ตายเข้าที่ไหปลาร้า ด้านขวา 1 นัด เมื่อรู้ว่าโดนยิงผู้ตายก็วิ่งลงบันไดไปด้านล่าง ก่อนสิ้นใจตายคาบันไดดังกล่าว โดยตำรวจสรุปปมเหตุว่า ผู้ตายและมือยิงไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มาเจอกันที่เกิดเหตุแล้วมีปากเสียงกัน จนกระทั่งมีการยิงกันตาย อย่างไรก็ตามในคดีดังกล่าว ในชั้นพนักงานสอบสวนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนสรุปสั่งฟ้องต่ออัยการเป็นที่เรียบร้อย แต่ในชั้นอัยการสั่งไม่ฟ้องฯ