จากกรณีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัว นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ปัจจุบันเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายแก้ว ชิดตะขบ อดีตนักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา (ปัจจุบันเป็น ผอ.พศจ.อ่างทอง), นายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศ. (ปัจจุบันเป็น ผอ.พศจ.สิงห์บุรี), นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ พศ., นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง (ปัจจุบันเป็น ผอ.พศจ.กาญจนบุรี), นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ., นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีตนักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศจ.นครปฐม และนางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ พศ. (ปัจจุบันเป็น ผอ.กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ พศ.) ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม2561 คดีร่วมกันทุจริตเบียดบังเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในการจัดสรรให้เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาและเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม หรือคดีเงินทอนวัด มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-13 สิงหาคมนี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10-15 ปากนั้น
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายณพล ใบเงิน ทนายความกลุ่มผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด เปิดเผยว่า ตนเป็นทนายความให้กับนายพนม ศรศิลป์, นายชยพล พงษ์สีดา, นายแก้ว ชิดตะขบ, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี, นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ และนางพรเพ็ญ กิติธรางกูร โดยในวันที่ 6 สิงหาคม เวลา 10.00 น. จะไปยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพราะทั้งหมดไม่ได้มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ถูกแจ้งความดำเนินคดีที่ ปปป. และปปช. ยังไม่มีใครที่ตนรับดูคดีให้คิดหลบหนีแม้แต่รายเดียว ทั้งยังไปรายงานตัวตามหมายเรียก และทำงานตามปกติทุกคน ซึ่งคดีที่กองปราบฯเข้าดำเนินการจับกุมนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องเงินทอนวัด แต่เป็นการดำเนินคดีต่อเนื่องจากกรณีอดีตพระผู้ใหญ่ของวัดสระเกศฯ วัดสัมพันธวงศ์ และวัดสามพระยา ซึ่งเป็นกรณีใช้เงินผิดประเภท ดังนั้นหาก 3 วัดนี้ผิด ทำไมวัดอื่นๆ ที่ได้รับงบประมาณเดียวกันนี้ ถึงไม่มีความผิด
นายณพล กล่าวต่อว่า ดังนั้นตนจะเข้าหารือกับนายพนม ว่าจะให้ทางทนายพิจารณาดำเนินการอย่างไรกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือไม่ ด้วยทางทนายเกิดข้อสงสัยกับการดำเนินการของ พ.ต.ท.พงศ์พร หลายข้อ เช่น ทั้งที่ พ.ต.ท.พงศ์พร ไปแจ้งความที่ ปปป.แล้ว และปปป.สรุปสำนวนส่งปปช.แล้ว แต่ทำไมยังต้องไปแจ้งปปง. และกองปราบฯ เป็นการมีเจตนาที่จะดำเนินคดีเกินไปหรือไม่ เพราะมีการแจ้งความไปมาหลายที่ อีกทั้งวัดต่างๆที่ได้รับงบฯเดียวกัน ทำไมพ.ต.ท.พงศ์พร ไม่แจ้งความ เพราะทราบมาว่ามีหลายวัดที่ได้รับงบฯเดียวกัน ซึ่งคือ งบฯสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แต่ไม่ได้นำงบฯไปใช้ในด้านการศึกษา นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าบุคคลที่ถูกพ.ต.ท.พงศ์พร แจ้งความ เป็นบุคคลที่ไม่ได้ทำงานใกล้ชิดกับพ.ต.ท.พงศ์พร และที่สำคัญเหตุใดเมื่อเกิดเรื่องขึ้น พ.ต.ท.พงศ์พร ถึงไม่มีการไต่สวนภายในหน่วนงานก่อน เหมือนกับที่หน่วยงานอื่นๆ ทำกัน ทั้งนี้ ทีมทนายยืนยันว่ามีข้อต่อสู้ในคดีนี้หลายประเด็น เพราะในคดีนี้มีข้อพิรุธอยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด

