ออกหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย ทีม “เสี่ยอ้วน” ร่วมฆ่าน้องสปาย

4.08.18 | 16:23 น.

เมื่อเวลา 07.20 น.วันที่ 4 สิงหาคม ที่สถานีตำรวจภูธร(สภ.)นาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด(รองผบก.ภ.จว.)ชลบุรี พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.นาจอมเทียน นำตัวนายเกียรติศักดิ์ หรือบอล สุรางค์แสงมีบุญ อายุ 35 ปี และนายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อปปี้ อายุ 34 ปี 2 ผู้ต้องหาในคดียิง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 21 ปี เสียชีวิตบริเวณลานจอดรถ ถนนฝั่งตรงข้ามหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา และถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามสถานที่ต่างๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายคอยคุ้มกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ เริ่มจากที่นายจิรศักดิ์ได้ขึ้นเครื่องบินมาจากจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ”เสี่ยอ้วน”ผู้บงการ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงสนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรี เวลาประมาณ 17.00น. จากนั้นมีนายเกียรติศักดิ์ หรือนายบอล ขับรถยนต์ซีอาร์วี มารับที่สนามบินอู่ตะเภา โดยนายบอลขับรถซีอาร์วี มาจาก จ.ภูเก็ต พร้อมนายบ่าว และนายมด ที่เพิ่งไปรับมาจากบ้านเช่าย่านนาเกลือพัทยา และเมื่อรับเสี่ยอ้วน และนายจิรศักดิ์ ทั้งหมดก็พากันไปที่ถนน 36 ข้าง ศูนย์โตโยต้า ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ระยะห่างจากสนามบิน ประมาณ 40 กิโลเมตร เพื่อเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถคันก่อเหตุเป็นป้ายแดง ก่อนขับย้อนขึ้นไปทางเมืองพัทยาก่อนจะพากันไปที่บ้านพัก ซึ่งเป็นบ้านเช่าย่านนาเกลือ อ บางละมุง จ ชลบุรี ที่มีนายมดเดินทางมาล่วงหน้าเพื่อเปิดบ้านเช่ารอไว้ เพื่อวางแผนก่อเหตุ จากนั้นได้ไปเช่ารถยาริส ในการก่อเหตุ บริเวณเต็นท์รถย่านพัทยากลาง รวมทั้งยังนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่างๆ อาทิ ตลาดน้ำ 4 ภาค อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และสวนนงนุช

เวลา 13.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้บริเวณหน้าโรงพัก(สภ.นาจอมเทียน) จำลองเหตุการณ์ช่วงคนร้ายลงมือก่อเหตุ แทนบริเวณหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ เนื่องจากจุดเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมาก กลัวผู้ต้องหาจะไม่ปลอดภัย หลังจากนั้นได้นำตัวนายเกียรติศักดิ์ หรือบอล และนายจิรศักดิ์ หรือป๊อปปี้ ผู้ต้องหาทั้งคู่ไปฝากขังยังศาลจังหวัดพัทยาต่อไป
พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดแผนขั้นตอนการสังหารว่า นายสายันต์ ศรีสุข ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ เป็นคนส่งเป้าหมายสถานที่ให้กับนายบ่าว มือปืนของเสี่ยอ้วน ตลอดเวลา ก่อนที่จะรายงานต่อไปยังเสี่ยอ้วน ที่มาด้วยกันทราบ โดยที่ขณะกลุ่มผู้ตายได้เข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถเพื่อเที่ยวเขาชีจรรย์ ขณะกลับมาที่รถ นายป๊อปปี้ เป็นคนขับรถยาริสเข้ามาปิดท้ายรถคันที่กลุ่มผู้ตายมาเพื่อให้ถอยหนีไม่ได้ โดยมีนายกฤษณะ หรือมด ศรีสุข ซึ่งเป็นหลานของนายสายันต์ นั่งข้างมาเพื่อคุ้มกัน

“หลังจากนั้นนายบอล ได้ขับรถซีอาร์วี พร้อมด้วยเสี่ยอ้วนที่นั่งข้างมาและนายบ่าวที่นั่งเบาะหลังคนขับ ได้ขับเข้ามาจอดด้ายท้ายรถของยาริส ขณะที่คนตายทั้งคู่ยืนอยู่ด้านท้ายรถ โดยเสี่ยอ้วนลงมาจากรถ เพื่อใช้อาวุธปืนจ่อหัวน้องสปายเพื่อข่มขู่ แต่ทั้งคู่พยายามจะหนีทำให้เสี่ยอ้วนเปิดฉากยิงใส่น้องฟอส จำนวน 1 นัด ขณะที่กำลังจะเปิดประตูหน้ารถเพื่อจะเข้าไปหลบหนี ก่อนที่นายบ่าวจะยิงใส่ น้องสปาย จำนวน 4 นัด และยิงซ้ำไปที่น้องฟอสอีก 2 นัด ทั้งคู่เสียชีวิตทันทีก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนีไป”

Advertisement

พ.ต.อ.ศักดิ์รพี กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่า เสี่ยอ้วนยิงไปที่ผู้ชายก่อนและนายบ่าวหรือนายณรงค์ยิงไปที่ผู้หญิงและผู้ชาย แต่ตอนนี้ต้องรอผลทางวิทยาศาสตร์ รายละเอียดขอให้เป็นเรื่องของการสอบสวนก่อน และต้องดูผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน ขอให้ผลการพิสูจน์ให้มันชัดเจน แต่พฤติการณ์ทางกฎหมายมันผิด มากระทำในลักษณะแบบอุกอาจ ทำในสถานที่ท่องเที่ยว แถววัดวาอารามและเข้าพรรษาด้วย คนพุทธไม่ควรทำ

“ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญาชาการตำรวจภูธรภาค 2 มีความเป็นห่วงเป็นใยและวันนี้ตำรวจภูธรจังหวัด(ภ.จว.)ชลบุรี โดยท่านผู้บังคับการและท่านผู้บัญชาการได้เรียกความเป็นธรรม เราจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวไม่ทำให้ใครเสียขวัญ และการดำเนินการครั้งนี้ ตำรวจได้ดำเนินการแบบสอดรับประสานกันเรียบร้อยทุกจุดลงตัวที่สุด เรียกความเชื่อมั่นให้กับท่องเที่ยวและชาวชลบุรี ตอนนี้รู้หมดแล้วว่าอยู่ที่ไหน อยู่ในระหว่างการติดตามจับกุม ถ้าเราไปเปิดอะไรมากมาย จะทำให้เสียหายต่อรูปคดี”

พ.ต.อ.ศักดิ์รพี กล่าวอีกว่า การวางแผนอยู่ที่เสี่ยอ้วนทั้งหมด โดยให้นายสายันต์ปลอมตัวมาปะปนกับกลุ่มของผู้ตาย เพราะตัวเสี่ยอ้วนเองมีความเคียดแค้นน้องสปายที่ไม่มีใจให้ เสี่ยอ้วนเสียเงินไปเยอะ ซื้อบ้านให้ โอนเงินซื้อรถ มันเป็นเรื่องรอยแค้น แต่ไม่ควรทำ เพราะมันผิดศีลธรรม คนทำก็ต้องได้รับความผิดตามกฎหมาย ผู้ชายกับผู้หญิงเป็นแฟนกันแต่ปิดบังเสี่ยอ้วนมาตลอด เสี่ยอ้วนเลยคับแค้นใจ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ จากคนที่รักผู้หญิงคนหนึ่งให้เงินให้ทอง และเหมือนมาถูกหักหลัง ตอนนี้ทุกอย่างเรียร้อย การให้การพยานหลักฐานไม่ว่าจะเป็นวัตถุพยาน พยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ ลงตัวสอดรับหมด ส่วนในเรื่องน้องสปายเอาเงินมา 4 ล้านบาทนั้น เขาพูดกันก็ต้องหาพยานหลักฐานให้ครบถ้วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติหมายจับ ที่342/2561 และที่ 343/2561 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2561 อนุมัติให้จับกุมนายณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ 2 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และนายกฤษณะ หรือมด ศรีสุข อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 79/316 หมู่ 16 ต.ข้างกลาง อ.ข้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
//////////////