คุม“ไอ้บ่าว”จำลองแผนสังหารโหด 2 ศพหน้าเขาชีจรรย์ ซัด“เสี่ยอ้วน”ควงปืน 2 กระบอกเปิดฉากยิงเหยื่อสาว ประสานกัมพูชาล่าตัวกระชั้นชิด(ชมคลิป)

8.08.18 | 12:27 น.

จากกรณี นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ร่วมกับพวกสังหารโหด น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี กับ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ น้องฟอส อายุ 21 ปี จนเสียชีวิต หน้าองค์พระพุทธ รูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสาเหตุมาจากเรื่องหึงหวงจนต้องตามมาล้างแค้น กระทั่งต่อมาลูกน้องของเสี่ยอ้วน ได้ทยอยเข้ามอบตัวจนครบทั้งทีมแล้ว ประกอบด้วย นายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือบอล อายุ 35 ปี นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อปปี้ อายุ 34 ปี นายกฤษณะ สีสุข หรือมด อายุ 22 ปี และ นายณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช อายุ 22 ปี ขณะที่นายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน ยิ่งดัง ยังคงหลบหนีอยู่นั้น

ล่าสุดวันที่ 8 สิงหาคม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภาค 2 พร้อมกำลังทำการควบคุมตัวนายณรงค์หรือบ่าว มือปืนที่ก่อเหตุมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ รวมทั้งการจำลองเหตุการณ์การสังหารโหด มีการจำลองเหตุการณ์โดยนำตัวนายณรงค์ หรือบ่าวมาชี้จุด พร้อมผู้แสดงแทนเข้าร่วมจำลองเหตุการณ์ในขณะผู้เสียชีวิต พร้อมคนขับรถ เพื่อน รวมทั้งนายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี คนชี้เป้าซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ขับรถมาจอดที่ลานจอดรถเพื่อท่องเที่ยว จากนั้น นายปัญญาหรือเสี่ยอ้วนจึงได้ขับรถติดตามมาพร้อมนายณรงค์ โดยใช้รถเก๋งฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ซึ่งติดแผ่นป้ายทะเบียนป้ายแดงปลอม ที่ขับโดยนาย กฤษณะ สีสุข หรือมด มาจอดบังด้านหลังรถของผู้ตาย ก่อนเสี่ยอ้วน และนายณรงค์จะถือปืนลงมาจากรถ

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาซัดทอดว่าเสี่ยอ้วนถืออาวุธปืน 2 กระบอกเปิดฉากยิงใส่ น.ส.ปวีณา หรือน้องสปายก่อน จากนั้นนายบ่าวจึงตามมาก่อเหตุซ้ำ และหันไปยิงใส่นายอนันตชัย หรือฟอส ที่นั่งอยู่ด้านหลังรถรวมกันทั้งหมด 7 นัด โดยยิงใส่ น.ส.ปวีณา 4 นัด และนายอนันตชัย 3 นัด ก่อนทั้งหมดจะพากันหลบหนี โดยมีนายจิรศักดิ์ทำหน้าที่ขับรถเก๋งประกบ ก่อนที่เสี่ยอ้วน พร้อมนายบอลจะพากันเดินทางไปกบดานที่ต่างจังหวัด ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวทั้งหมดได้ ขณะ ที่เสี่ยอ้วนยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศข้างเคียง โดยหลังจากการจำลองเหตุการณ์แล้วเสร็จจึงมีการนำตัวนายบ่าว ไปชี้จุดตามสถานที่ต่างๆ อีกครั้งก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยาต่อไป

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวราขาน รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้เกือบทั้งหมดแล้ว โดยนายบ่าวเป็นรายล่าสุดซึ่งรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุโดยได้รับเงินค่าจ้างจากเสี่ยอ้วนจำนวน 50,000 บาท ขณะนี้จึงเหลือเพียงฃเสี่ยอ้วน ที่ยังหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้มอบหมายให้ทางตำรวจภูธรภาค 2 ประสานและติดตามจับกุมแล้ว โดยคาดว่าน่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในไม่ช้า ขณะที่ผู้ต้องที่จับกุมได้ขณะนี้ได้ทำการสอบปากคำและชี้จุด รวมทั้งทำแผนประกอบคำรับสารภาพไปจนครบแล้ว และทุกคนก็ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีซึ่งคาดว่าจะสามารถรวบรวมและส่งฟ้องได้ในไม่ช้า ยังขาดเพียงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บางส่วนที่กำลังรวบรวมและดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญก่อเหตุอย่างอุกอาจต่อหน้าพระพุทธรูปสิ่งศกดิ์สิทธิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พยายามอย่างเต็มที่จนสามารถคลี่คลายคดีได้โดยเร็ว

Advertisement