เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ 18 เม.ย.59 ร.ต.ท.ธีรวัฒน์ สืบเรือง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถยนต์กระบะที่บริเวณแยกตัดทางรถไฟ ซอยเจ้าแม่กวนอิม หมู่ 3 ต.ปากแพรก องเมือง จงกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานประจำพื้นที่ ร.9 พัน 1 (ชป.พท.ร.9 พัน. 1)
https://youtu.be/wOckml1F-xM
ไปถึงพบรถไฟขบวน 257 สายธนบุรี-น้ำตก จอดอยู่บนราง จอดอยู่ห่างจากทางแยกประมาณ 100 เมตร และห่างออกมาบริเวณริมทางรถไฟใกล้ทางแยก พบ รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ ตอนเดียวสีขาวดัดแปลงเป็นรถบรรทุกส่งเครื่องสำอาง ของบริษัทมิสทีน หมายเลขทะเบียน 1ฒน 8525 กทม.คันที่ 549 สภาพถูกชนเข้าที่ด้านหน้าฝั่งคนขับ จนเครื่องยนต์พังเสียหาย ห้องโดยสารพังยับกระเด็นมาติดอยู่ข้างทางรถไฟ โดยมี นายยอดรัก คุ้มวงษ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 8 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม.คนขับมากับ นายณัฐพงษ์ กุนขาล อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 ซ.2 ถ.ประชาหรรษา ต.ในเมือง จ.กำแพงเพชร ส่วนรถไฟขบวนดังกล่าวไม่ได้รับความเสียหาย เมื่อจอดสำรวจแล้วเสร็จ ไม่นานนักก็เคลื่อนตัวพาผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมุ่งหน้าไปยังสถานีน้ำตกไทรโยคน้อย ปลายทางทันที
นายยอดรัก คุ้มวงษ์ คนขับรถยนต์กระบะ เปิดเผยว่า ตนขับเพื่อนทำงานอยู่ที่บริษัทมิสทีน มาจากจังหวัดปทุมธานี และกำลังจะไปส่งเครื่องสำอางให้กับลูกค้า เมื่อมาถึงทางแยกตัดทางรถไฟ ซึ่งซอยดังกล่าวเป็นซอนที่ค่อนข้างคับแคบ ไม่มีไม้กั้นรถไฟ อีกทั้งริมทางรถไฟฝั่งขวามือมีรถยนต์จำนวนหลายคันที่เสียจอดรอการซ่อมบดบังสายตา ตนกับเพื่อนที่มาด้วยกันช่วยกันมองทั้งซ้ายขวา แล้วค่อยๆ เคลื่อนรถยนต์ออกไปด้านหน้า ขณะที่รถยนต์ขวางอยู่กับทางรถไฟ ก็ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังขึ้น 1 ครั้ง เมื่อหันไปมองทางขวาก็พบว่ามีรถไฟแล่นมาในระยะที่ใกล้จะถึงตัวรถแล้ว จึงตัดสินใจใส่เกียร์ถอยหลัง แต่ก็ไม่ทัน ทำให้รถไฟชนเข้าที่ด้านหน้าแถบขวาอย่างแรง จนทำให้รถยนต์ที่ตนขับมากระเด็นและหมุนหันหน้ากลับ จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังโชคดีที่ตนได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ขวาเล็กน้อย ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ด้าน นายสมบัติ จิตรธรรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า สำหรับเส้นทางข้ามทางรถไฟที่เกิดเหตุค่อนข้างอันตรายสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก เนื่องจากอู่ซ่อมรถยนต์ที่อยู่ใกล้กันนำรถยนต์ที่ลูกค้านำมาซ่อม จอดรอซ่อมที่ริมทางรถไฟหลายคัน ทำให้บดบังสายตาของคนขับ ซึ่งที่ผ่านมาตนเคยไปร้องขอให้ทางเจ้าของอู่เคลื่อนย้ายรถยนต์มาแล้ว แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ได้เพียงแต่อ้างว่ารถยนต์เยอะไม่มีที่จอด และสุดท้ายก็มาเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้คนขับรถและเพื่อนพนักงานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ก่อนที่จะดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนเรื่องรถยนต์ที่จอดรอซ่อมบดบังสายตา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานไปที่นายสถานีรถไฟให้ทราบต่อไป

