ทนายดัง พาแม่ด.ช.7 ขวบ ร้องกองปราบ ถูกจ่าสิบเอก “ตุ๋ย-อนาจาร” คาบ้านพักในค่ายทหาร

23.08.18 | 12:04 น.

เมื่อเวลา 09:30 น. วันที่ 23 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปราม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ในฐานะทนายความ พร้อม น.ส.เอ (สงวนชื่อนามสกุลจริง) อายุ 49ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ ร.ต.อ.ชนะชัย ภูราศ รอง สว.(สอบสวน)กก.6 บก.ป. กรณี ด.ช.บี อายุ 7 ปี บุตรชายฝาแฝดคนเล็ก ซึ่งถูกทหารยศจ่าสิบเอก ภายในค่ายทหารแห่งหนึ่งจ.ตรัง กระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศ โดยเรียกร้องให้พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ใช้อำนาจดำเนินการเร่งสืบสวนคดีให้คืบหน้า หลังจากแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้แล้วที่สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี แต่คดีไม่มีความคืบหน้า


โดย น.ส.เอ เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่ภายในบ้านพักค่ายทหารดังกล่าวมา 10 กว่าปี และมี บุตรชายฝาแฝด2คน ส่วนสามีซึ่งเป็นทหารจะไม่ค่อยได้กลับบ้าน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ระหว่างที่บุตรชายคนเล็กกำลังเล่นอยู่ภายในบ้าน ทหารยศจ่าสิบเอกคนดังกล่าวซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน ได้ล่อลวงด.ช.บี เข้าไปทำการล่วงละเมิดทางเพศทางทวารหนัก หลังกลับมา ด.ช.บี กลับไม่เล่าเรื่องใดๆให้ตนฟัง แต่พบความผิดปกติคือการถ่ายหนักหลายครั้ง แต่ในวันเดียวกันตนได้พบคราบอสุจิอยู่ในกางเกงของบุตรชาย เมื่อสอบถามจึงได้เล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงได้พาไปตรวจในโรงพยาบาล จึงพบว่าได้ถูกล่วงละเมิดทางทวารหนัก เพราะมีลอยแดงอยู่ในบริเวณทวารหนัก

น.ส.เอ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้วตนยังเคยทราบว่า ขณะที่บุตรชายกำลังเล่นน้ำอยู่ที่สระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง ก็เคยถูกทหารยศจ่าสิบเอกคนดังกล่าวกระทำการอนาจารด้วยปาก ซึ่งหลังจากทราบเรื่องตนยังไม่เอาเรื่อง แต่ครั้งนี้มีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น จึงได้ร้องเรียกต่อค่ายทหาร จนเป็นเหตุให้ภายในวันเดียวกัน มีทหารจำนวนมากมาที่บ้านของตนและเสนอเงินให้ 3 แสนบาทเพื่อขอให้จบเรื่องดังกล่าว แต่ตนไม่ยอมจึงได้ทำการแจ้งความไปที่ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งภายหลังตนทราบข่าวว่าได้ประกันตัวออกมาแล้ว และคดีมีความล่าช้า  แต่เนื่องจากตนย้ายออกมานานแล้วหลังจากเกิดเรื่องเพื่อมาอยู่กับญาติในกรุงเทพ จึงไม่ค่อยทราบรายละเอียด

Advertisement

ด้านทนายรณรงค์ กล่าวว่า ในใบแพทย์มีการระบุที่ค่อนข้างชัดว่าเด็กด้วยล่วงละเมิดทางเพศทางทวารหนัก ซ้ำยังพบคราบอาสุจิ แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้กองปราบดำเนินการตรวจสอบ สำนวนคดีเพิ่มเติม เพราะไม่อยากให้มีการวิ่งเต้นเพื่อล้มคดี โดยกังวลว่าเหตุการณ์นี้มีความเกี่ยวพันกับทหารซึ่งอาจทำให้คดีไม่คืบหน้าได้

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ พร้อมนำหลักฐาน ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป