ผู้ว่าฯตรังคุ้มครองครอบครัว ‘กุลคง’ นักธุรกิจส่งออกส้มโอ ‘ทับทิมสยาม’ โดนเขยขู่ฆ่ายกบ้าน

24.08.18 | 10:17 น.

ผู้ว่าฯตรัง เผยช่วย 7 ชีวิตครอบครัวหนีตาย เพื่อมนุษยธรรมยันคุ้มครองได้รับความปลอดภัย 100% ยันก่อนส่งกลับบ้านผู้ก่อเหตุต้องได้รับการควบคุมตัว
ที่จังหวัดตรัง

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงครอบครัว “กุลคง” นำโดย นายสำเร็จ กุลคง อายุ 79 ปี เกษตรกรและนักธุรกิจส่งออกส้มโอ “ทับทิมสยาม” รายใหญ่ ชาว อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นำภรรยาลูกและหลาน 7 คน อพยพมาจังหวัดตรัง เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กรณีถูกนายเก่ง (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี (ลูกเขย) ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในจังหวัดนครศรีธรรมราช และมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ.ปากพนัง ข่มขู่ว่าจะฆ่ายกครัว เหตุเพราะติดยาเสพติดจนเกิดอาการหลอน ที่ผ่านมาจึงมีการทำร้ายร่างกายภรรยา ด้วยการใช้อาวุธปืนข่มขู่ รวมทั้งบุคคลในครอบครัวทุกคนไม่เว้นแม้แต่ลูกๆ ทำให้ทุกคนหวาดกลัว และหลบหนีมายังจังหวัดตรัง และได้ให้ความคุ้มครองอยู่ในกองพัน ร.15 พัน 4 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ด้วยความปลอดภัยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เป็นเรื่องมนุษยธรรม ทางจังหวัดตรังจึงให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นการหนีร้อนมาพึ่งเย็น สายข่าวของกองทัพทราบมาว่ามีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ทางครอบครัวต้องการหนีออกมาจากพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชให้ได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดอะไร แต่บังเอิญหนีเข้ามาในจังหวัดตรัง และบังเอิญตนเคยเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชมาก่อน ซึ่งกรณีที่เกิดเหตุแบบนี้ไม่ใช่จะเป็นเรื่องของจังหวัดไหนๆ ที่ต้องทำ แต่เป็นเรื่องของมนุษยธรรมที่ต้องให้ความช่วยเหลือ

นายศิริพัฒกล่าวว่า สั่งการให้ นายพงษ์ศักดิ์ คารวานนท์ ปลัดจังหวัดตรัง และ พ.อ.พิชิต โชติแก้ว รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง (ฝ่ายทหาร) ให้ความช่วยเหลือ พร้อมประสานไปยังหน่วยทหารเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ คือ มณฑลทหารบกที่ 41 นครศรีธรรมราช ว่าเกิดเหตุเรื่องนี้ขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลืออีกทางหนึ่งด้วย เพราะปัญหาลักษณะนี้จะต้องมีการถ่วงดุลอำนาจกัน ระหว่าง ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองต้องช่วยกันหลายทาง จากนั้นจึงพาทั้งหมดไปอาศัยอยู่ในค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ เพื่อความปลอดภัย

“ทาง พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช โทรติดต่อมาหาผม อยากทราบว่าทำไมจึงหนีมาหาผม จึงแจ้งไปว่าเขาไม่ได้ตั้งใจโดยตรง แต่ว่าทั้งหมดต้องการออกจากพื้นที่ก่อน จะไปกระบี่ พัทลุง หรือสุราษฎร์ธานีก็ได้ แต่อาจไกล จึงตัดสินใจเข้ามาที่จังหวัดตรัง ส่วนตัวเชื่อว่าทางด้านกองทัพ และตำรวจภูธรนครศรีธรรมราชคงเดินหน้าเต็มที่ ส่วนจังหวัดตรังเราเป็นเพียงให้ความคุ้มครองให้ดีที่สุด โดยทางผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ยืนยันว่าจะดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด” นายศิริพัฒกล่าว

นายศิริพัฒกล่าวอีกว่า ตนเองก็รับประกันความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจว่าคนที่อาละวาดขู่ฆ่าทุกคน เป็นสามีจะฆ่าภรรยา ฆ่าลูก ฆ่าพ่อตาแม่ยาย พี่สะใภ้ เป็นเรื่องที่น่ากลัว และคนก่อเหตุก็อายุมากแล้ว 51 ปี ทั้งนี้ จากสายข่าวทราบข่าวนอกจากเป็นผู้เสพยาเสพติดแล้ว ยังเกี่ยวพันเป็นเอเยนต์จำหน่าย และมีเครือข่ายใหญ่ มีเงิน มีอิทธิพล มีการย้ายภูมิลำเนาไปจังหวัดนครปฐมด้วยทำกิจการรับเหมา ส่วนถ้าจะให้ทั้งครอบครัวกลับบ้านที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้นั้น ตนเองมีเงื่อนไขคือ เจ้าหน้าที่จะต้องจับกุมคนก่อเหตุให้ได้ก่อน และทุกคนจะต้องปลอดภัย และต้องประสานมาทางจังหวัดและหน่วยงานความมั่นคงเท่านั้น จึงจะอนุญาตให้กลับได้

Advertisement