วันที่ 19 เมษายน เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 (กก.3บก.สส.ภ.4) พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 แถลงข่าวผลการจับกุมนายสันติ ศรีขันธ์ อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 58/2559 ลง 18 เม.ย. 2559 และนายอัครเดช สารกาล อายุ 19 ปี ตามหมายศาลจังหวัดสกลนคร ที่ 59/2559 ลง 18 เม.ย. 2559 พร้อมของกลางรถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ 1ฒย-3219 กทม. โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”
พล.ต.ต.ยรรยง กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้มีคนร้ายใช้รถยนต์ออกตระเวนหลอกขายสินค้าให้กับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าปลีก จำนวนหลายรายในพื้นที่ภาค 3 และภาค 4 ทำให้สูญเสียทรัพย์สินมูลค่าหลายแสนบาท หลังรับแจ้งจึงได้ออกสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมร่วมกับพวกรวม 6 คน จะซื้อสินค้ามาจากห้างแมคโคร แล้วก็จะไปติดต่อตามร้านขายปลีกในหลายพื้นที่ทางภาคอีสาน โดยแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนขายสินค้าจากบริษัท SCR ซึ่งเป็นบริษัทขายส่งสินค้า แล้วจะนำสินค้ามาลงที่ร้านให้ในราคาถูกกว่าที่เคยซื้อมา จากนั้นจะลงของและจัดของภายในร้านให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงตกลงแต่สินค้าที่นำมาลงจะไม่เป็นไปตามที่เสนอราคาไว้ พอมาตรวจสอบทีหลังก็พบว่าถูกหลอกแล้ว
จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ทั้งสองร่วมกับเพื่อนรวม 6 คนที่ยังคงหลบหนีทำการขับรถยนต์คันดังกล่าวจำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ ให้กับร้านค้าของชำในพื้นที่อำเภอและหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมีการจัดตั้งบริษัทหลอกๆ ขึ้นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งจัดทำใบแสดงสินค้าและรายการต่างๆ ขึ้นมา โดยจะเลือกเฉพาะร้านค้าที่เพิ่งเปิดใหม่และอยู่ห่างไกลจากเขตชุมชนเมือง เนื่องขากไม่ค่อยที่จะมีเวลาเดินทางมาซื้อสินค้าในตัวเมือไปจำหน่าย ก่อนที่จะทำการพูดจาหว่านล้อมและโฆษณาชวนเชื่อ และลดแลกแจกแถม เพื่อให้ร้านค้าต่างๆ หลงเชื่อและทำการสั่งซื้อสินค้าด้วย และจะขอเก็บเงินสดเต็มจำนวนของราคาสั่งซื้อ และมีการนัดส่งมอบสิ่งของตามตารางนัด เมื่อถึงเวลานัดส่งสินค้าก็จะนำสินค้าไปส่งแต่ไม่ครบตามจำนวน บางครั้งเป็นสินค้าอื่นทดแทนไม่เป็นไปตามที่สั่งซื้อและบางทีก็นำกล่องเปล่าไปส่งของให้กับลูกค้าก็มี
“ตนกับลูกน้องเคยถูกจับมาแล้วที่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี แต่สามารถยอมความกันได้ โดยร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ร้านค้าต่างๆ มาแล้วครบทุกจังหวัดภาคอีสาน เพราะทำกันเป็นขบวนการ เฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 2 ร้านค้าที่ถูกหลอกรายได้ที่ได้จะอยู่ที่เดือนละประมาณ 50,000-60,000 บาท แต่ต้นทุนไม่ถึงหมื่นบาท เพราะสินค้าที่นำไปส่งนั้นจะไปซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าส่งรายใหญ่ชื่อดัง แต่ก็นำของไปส่งให้กับร้านค้าที่สั่งซื้อไม่ครบ โดยร้านค้าหลายร้านจะถูกส่งกล่องเปล่า เพราะหากสั่งซื้อสินค้าเยอะๆ ก็มักไม่ค่อยมีการนับจำนวน และร้านค้าตามบ้านนอกไม่ค่อยตรวจสอบสินค้าบางทีผมก็สลับสินค้าหรือไม่ก็ส่งสินค้าไม่ครบจำนวน บางร้านเมื่อเห็นว่ามีการลดแลกแจกแถมก็เกิดความโลภและไว้ใจ สั่งซื้อสินค้าจำนวนมากบางร้านมีการสั่งซื้อนับแสนบาท แต่ไม่มีการตรวจนับ เงินที่ได้มาก็จะถูกนำไปใช้จ่ายส่วนตัว ผ่อนรถและเที่ยวเตร่ทั่วไป และตั้งแก๊งทำกับเพื่อนหลอกลวงร้านค้าต่างๆ มานานกว่า 6 ปี” นายสันติ กล่าว
พล.ต.ต.ยรรยง กล่าวออีกว่า เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งไล่ล่าติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการกับผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีไปได้ เพราะมีร้านค้าที่ถูกกลุ่มขบวนการดังกล่าวหลอกขายสินค้าจำนวนมากทั้งที่สามารถตรวจสอบได้และไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าปลีกในพื้นที่หมู่บ้านและอำเภอรอบนอก ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ตรวจนับสินค้าหรือตรวจสอบของที่มาลง และมาทราบทีหลังว่าของไม่ครบตามจำนวนและไม่เป็นไปตามที่เสนอราคาไว้ ซึ่งผู้เสียหายบางรายก็ไม่ได้แจ้งความ อย่างไรก็ตามหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา จึงตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ก่อนทำการควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

