ผบก.ส.3 ปัด ครม.รอไฟเขียวกฎหมาย ‘เลิกพกใบขับขี่’ เผยโดนแปลงสารผิด

26.08.18 | 14:46 น.

จากกรณีกระแสข่าวว่ามีกฎหมาย พ.ร.บ.เกี่ยวกับจราจรฉบับใหม่ที่ควบคู่กับการปรับเพิ่มโทษในความผิดเกี่ยวกับการพกพาใบอนุญาตขับขี่ โดยโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท โดยมีการกล่าวอ้างโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เจมส์ บอนด์ ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่ม “ปลดแอกชาวสองล้อ” ว่าได้พูดคุยกับบิ๊กตำรวจนายหนึ่งว่า พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ต่อไปผู้ใช้รถไม่ต้องพกใบขับขี่ ซึ่งเสนอเข้าไปและผ่านร่างกฤษฎีกาเรียบร้อยและรอแค่ ครม.อนุมัติเท่านั้น ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว


วันที่ 26 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้สอบถามไปยัง พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผกบ.ส.3 ซึ่งเปิดเผยว่าเป็นคนที่ให้สัมภาษณ์ในวันดังกล่าวพร้อมกล่าวว่ากรณีนี้เป็นการเข้าใจผิด และสิ่งที่แกนนำกลุ่ม “ปลดแอกชาวล้อ” กล่าวนั้นไม่ถูกต้อง ในวันนั้นมีคำถามว่าต่อไปนี้ทุกคนก็ต้องพกใบขับขี่ติดตัวไว้ตลอดใช่หรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะโดนปรับ 1 หมื่นบาท จึงตอบว่ากฎหมายเรื่องการพกพาใบขับขี่ยังมีความจำเป็นอยู่และมีความผิด ซึ่งตนไม่ได้เห็นด้วยเรื่องการเพิ่มโทษปรับ แต่ตอนนี้ตำรวจไม่สามารถตรวจสอบใครได้ว่ามีใบขับขี่จริงแต่ไม่ได้พก หรือไม่มีใบขับขี่ กฎหมายนี้จึงมีความจำเป็นเพื่อใช้บังคับให้ผู้ขับขี่พกพา แต่ถ้าในอนาคตเรามีใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์และตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบได้แล้วเราก็อาจไม่ต้องพกพาใบขับขี่อีก ในวันนั้นกฎหมายคงเปลี่ยน

“แต่วันนี้มันยังไม่ได้เปลี่ยนและผมไม่ได้บอกว่ากฎหมายนี้รออนุมัติจากที่ประชุม ครม.ตามที่เขาบอก วันนั้นผมก็ตอบไปตามนี้ แต่คนที่ไปฟังและหยิบมาแต่คำพูดสุดท้ายที่ผมบอก คนก็เลยเข้าใจผิดกันไปหมด” พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าว