เป็นประเด็นลุกลามบานปลายไปแล้ว
เมื่อกระแสการคัดค้าน”ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ…”ได้ก่อตัว
ที่มาของร่างพ.ร.บ.นี้คือ การหยิบ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 และพ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาปรับปรุง
จนกลายร่างมาเป็นฉบับดราม่ากันขณะนี้
ฮอตอิชชู่ที่วิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวางคือ
1.ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ อัตราโทษสูงสุด จากคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท เป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท
2.ขับขี่รถโดยปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ หรือถูกพัก หรือถูกถอน หรือว่าถูกยึดใบขับขี่ เดิมปรับไม่เกิน 2,000 บาท ให้เพิ่มอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
และ 3.ขับขี่รถโดยไม่ยอมแสดงใบขับขี่เมื่อถูกเจ้าพนักงานเรียกตรวจ เดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท แก้เป็นปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัยให้ข้อมูลว่า การอัพค่าปรับ“50 เท่า” นั้น
เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น ถ้าไม่มีใบอนุญาตขับรถ มีโทษปรับไม่เกิน300,000 เยน ประมาณ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน
ขณะที่สหรัฐอเมริกา มีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 800,000บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิต
ดังนั้นกรมขนส่งทางบกหวังจึงแก้ไขร่างกฎหมายนี้ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ผู้ขับขี่มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม
เพราะเวลานี้อุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่าร้อยละ 30 เป็น เกิดจากผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่อย่างถูกต้อง
ไทยติดอันดับ 1 ของโลกประเทศที่มีอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด และมีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดด้วย
ข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ยังพบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิตร้อยละ 34 สูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า
ดังนั้นการแก้ไขเพิ่มโทษกฎหมายเพื่อให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด จะลดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
ที่สำคัญการพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล
นี่คือเหตุผล ที่ตำรวจ-กรมขนส่งทางบกและผู้ที่เกี่ยวข้องการขับเคลื่อนร่างกฎหมายนี้ตั้งการ์ดหนาแน่นไม่ยอมถอย
ทั้งๆที่แรงเสียดทานในสังคมปรากฎชัดเจนขึ้น
จำบทเรียน สงกรานต์ปี 2560 รัฐบาลเข้มงวดบังคับใช้ พ.ร.บ.จราจรทางบก ห้ามนั่งแค็บ และท้ายกระบะ ได้หรือไม่
ทั้งๆที่กฎหมายที่มีข้อห้ามอยู่แล้ว แต่ไม่เคยบังคับใช้มาก่อน
ทุกคนประจักษ์เรื่องความปลอดภัยดีว่า อุบัติเหตุรถกระบะแต่ละที ผู้โดยสารนั่งท้ายเทกระจาดชีวิตไม่รู้กี่ศพ
เสียงคัดค้านบังคับใช้ กระหึ่ม! เพราะมาไม่ถูกเวลา คนจะกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่จะมาประกาศบังคับใช้กฎหมายเข้ม ไม่ได้วางแผนเดินทางล่วงหน้า
จนในที่สุดรัฐบาลต้องถอยไม่เป็นท่า!!!
กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน สตับรับฟังประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยการร่างพ.ร.บ.นี้
เพราะเห็นว่าเพิ่มโทษ ปรับ และจำ สูงเกินไป
โดยเฉพาะกรณีผู้ที่มีใบขับขี่แต่ลืมพกนั้น ถือว่าความสามารถผ่านการอบรมมีใบขับขี่เป็นเครื่องการันตีแล้ว
ดังนั้นการเพิ่มโทษปรับสูงขึ้นนั้น เพื่อสะดวกของเจ้าหน้าที่ในการยึดใบขับขี่หรือไม่
และที่กังวลไปกว่านั้น คือกลายเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการการคอรัปชั่นนอกศาล
กรณีมีการกระทำความผิด เกรงกันว่าจะเกิดการเรียกรับผลประโยชน์ระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายได้ เพื่อไม่ต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล
เพราะฉะนั้นทันทีร่างกฎหมายถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต้องรับฟังเสียงของประชาชนตาม รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 บัญญัติไว้ก่อน
ไม่เช่นนั้นเรื่องเล็กๆ จะทำให้รัฐบาลคสช.เสียรังวัด(อีก)

