เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายชาติชาย อัครวิบูลย์ รองประธานศาลฎีกา กล่าวถึงข้อกฎหมาย กรณีมีกระแสข่าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังพิจารณาทำความเห็นถอนฟ้องคดี ที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ กรณีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 รัฐบาลนายสมชาย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา โดยมิชอบตามหลักสากล กระทั่งมีผู้เสียชีวิต2ราย บาดเจ็บ 471 ราย โดย ป.ป.ช.อ้างถึงประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 และเหตุที่จำเลยต้องร้องขอความเป็นธรรมจากกรณีที่ ป.ป.ช.ไม่ชี้มูลความผิด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.ในการสลายม็อบ นปช.ปี 2553 ว่า ต้องดูบทบัญญัติใน พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 ว่าได้เขียนในมาตราใดหรือไม่ ที่ให้นำประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 มาใช้ ถ้าเขียนไว้เช่นนั้นก็เป็นสิทธิของผู้ฟ้องคดีมายื่นถอนฟ้องได้ แต่อาจมีปัญหาว่า คดีนี้ ป.ป.ช.ไม่ใช่ผู้ริเริ่มขึ้นเอง แต่มีการร้องทุกข์โดยนายวีระ สมความคิด ส่วนเรื่องคำขอจะยกเหตุอะไรขึ้นมาอ้างหรือไม่ก็สุดแท้แต่ผู้ฟ้อง เพียงแต่การยกเหตุขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองว่าการขอถอนฟ้อง เขามีเหตุผลนะ แต่ทั้งนี้สุดท้ายแล้วศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจว่าจะให้ถอนฟ้องคดีหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 บัญญัติว่าคำร้องขอถอนฟ้องคดีอาญา จะยื่นเวลาใดก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ถอนก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรประการใด ถ้าคำร้องนั้นได้ยื่นภายหลังเมื่อจำเลยให้การแก้คดีแล้วให้ถามจำเลยว่าจะคัดค้านหรือไม่แล้วให้ศาลจดคำแถลงของจำเลยไว้ ในกรณีที่จำเลยคัดค้านการถอนฟ้องให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย คดีความผิดส่วนตัวนั้น จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ แต่ถ้าจำเลยคัดค้านให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย

