เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่สภ.สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร.) พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รองผบช.ภ.9 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1,พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2,พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ สนธิกำลังตำรวจ สภ.สุไหงโก-ลก ตำรวจท่องเที่ยว ปิดล้อมตรวจค้น 5 จุดสำคัญ ในพื้นที่สุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตรา หลังพบว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์
โดยจุดที่น่าสนใจคือการเข้าตรวจค้นร้านรับโอนเงินแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในตลาดโกลก เป็นที่จุดแรก โดยมีนายวรสิทธิ์ ฉัตรบวร 46 ปี รับเป็นเจ้าของร้าน เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้นศาลจังหวัดสุไหงโก-ลก เข้าตรวจสอบเพื่อขอเอกสารการทำธุรกรรมทาง การเงิน เบื้องต้นได้ทำการตรวจยึดเอกสารการโอนเงินบัญชีลูกค้าย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีเพื่อทำการตรวจสอบ
จุดที่สองห่างออกไป 1 กิโลเมตร เข้าตรวตค้นร้านเอ็มแอนด์แซดการค้า ซึ่งเป็นร้านแลกเงิน เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้นเพื่อขอเข้าตรวจสอบเอกสารการทำธุรกรรมทางการเงินการโอนเงินและรับแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งชุดสืบสวนพบความเชื่อมโยงของขบวนการดังกล่าวว่ามีการใช้สถานที่ดังกล่าวแลกเงินจากสกุลริงกิตเป็นเงินบาท ขณะที่นายวรสิทธิ์ กล่าวว่า ในแต่ละวันจะมีลูกค้าทั้งชาวไทยและมาเลเชีย เดินทางมาโอนเงินจำนวนมาก โดยทางเจ้าหน้าที่นำรูปหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหามาให้ดู ก็ยืนยันว่าเป็นลูกค้าใหม่เพิ่งมาใช้บริการได้ไม่ถึงปี โดยโอนเงินมากสุด 1-2แสนบาทต่อวันบางวันใช้บริการมากถึง 2-3 ครั้ง
ต่อมาที่ สภ.สุไหงโก-ลก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวสรุปผลการปฎิบัติว่า สืบเนื่องจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศ จึงสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เร่งปราบปราม ซึ่งขบวนการค้ามนุษย์เป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งจากการแกะรอยขบวนการดังกล่าว จากแนวทางการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้ก่อเหตุมานานกว่า 5ปี โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านซึ่งเอเย่นต์จะรวบรวมชาวพม่ามาที่เกาะสอง จากนั้นจะเข้าชายแดนทาง จ.ระนอง จ.ตาก จ.กาญจนบุรี ก่อนที่ขึ้นรถทัวร์มาที่จ.ชุมพร จากชุมพรไปพัทลุงหรือหาดใหญ่ ตอนที่จะพาเข้าทางเส้นทางชายแดนไทยที่ด่านสะเดาหรือสุไหงโกลก ก่อนที่จะเข้าไปสู่ประเทศมาเลเซีย
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ได้มีปฏิบัติการทั้งหมด 7 ครั้ง ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ, ระนอง, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, สงขลา, ปัตตานี และนราธิวาส สามารถช่วยเหลือเหยื่อชาวเมียนมาร์และชาวโรฮิงยาได้ทั้งหมด135 ราย จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 13 คน ขยายผลออกหมายจับ จำนวน 42 หมาย จับกุมได้ 21 รายอยู่หว่างสืบสวนติดตาม 21ราย. ต่อมาชุดทำงานได้ประสานข้อมูลกับทางสำนักงานปปง.เพื่อทำการขยายผลเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ โดยผู้ต้องหาในขบวนการที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ให้การรับว่าได้ใช้พื้นที่ในตลาดโกลก เป็นสถานที่ในการแลกเปลี่ยนเงินตราและโอนเงินให้กับขบวนการค้ามนุษย์ทั้งหมด นำมาสู่การตรวจค้น เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทางด้านการเงิน และพยานหลักฐานอื่นที่เป็นประโยชน์

สำหรับพฤติกรรมขบวนการนี้ เกิดจากเอเย่นต์ชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียมีความต้องการแรงงานจากประเทศเมียนมา ซึ่งมีราคาถูกไปทำงานในประเทศมาเลเซียและจะติดต่อไปยังเอเย่นชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในประเทศเมียนมา เพื่อรวบรวมคนจากรัฐต่างๆ โดยหลอกลวงว่าจะให้ไปประกอบอาชีพทำการเกษตร โรงงาน ประมงหรือก่อสร้าง มีรายได้ดี มีคุณภาพชีวิตการเป็นอยู่ที่ดี การเดินทางไปทำงานทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในทางกลับกันได้ลักลอบเดินทางผ่านเข้ามาประเทศไทยตามช่องธรรมชาติตามแนวชายแดนไทย – เมียนมา ก่อนจะเดินทางโดยรถยนต์แบบแออัด ต้องซ่อนตัวในช่องลับของรถซึ่งมีความลำบากและทนทุกข์ทรมานมาก ต้องพักอาศัยในป่าซึ่งไม่มีการดูแลต้องนอนกลางป่า ข้าวและน้ำดื่มไม่เพียงพอ ระหว่างรอรับการนำพาเพื่อไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งขั้นตอนการขนส่งที่มีความทุกข์ทรมานนี้อยู่ในประเทศไทยโดยขบวนการค้ามนุษย์หลอกลวงแรงงานใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ซึ่งในขบวนการมีผู้ร่วมกระทำผิดหลายส่วน มีการแบ่งหน้าที่ในการขนส่ง และแบ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการหลอกลวงนำพา โดยมีการเรียกรับเงินค่าจ้างนำพาในราคาที่สูงกว่าการเดินทางตามปกติ รวมถึงการให้แรงงานเป็นหนี้ และเรียกเก็บจากการทำงานที่ปลายทางในรูปแบบเอารัดเอาเปรียบแรงงานหรือรูปแบบสัญญาทาส ซึ่งพฤติกรรมของขบวนการนี้ถือว่าเป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
อย่างไรก็ตามการปราบปรามต้องควบคู่กับการเยียวยาสภาพร่างกายและจิตใจ ซึ่งจากนี้จะบูรณาการทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ทีมสหวิชาชีพ รวมทั้งสถานเอกอัครฑูตพม่าประจำประเทศไทย ในการดำเนินการเยียวยาเหยื่อทั้งหมดให้ได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ก่อนส่งตัวกลับประเทศต้นทางโดยเร็ว รองผบช.ทท.กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ดาวลอย กล่าวว่า จากการสืบสวนขบวนการนี้ทำมาตั้งแต่ปี2555 ซึ่งตำรวจภูธรภาค9 เร่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี2557 มีคดีกว่า 57 คดี ในอดีตจะมีการขนโรฮิงญามาทางเรือหรือรถบัส แต่ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนขนแรงงานซึ่งเป็นพม่าพุทธ หรือพม่าขาว ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ทำให้ตำรวจรู้กลุ่มบุคคลที่เป็นนายหน้าทั้งหมดแล้ว ซึ่งนายหน้ากลุ่มต้นทางที่ประเทศพม่ามี5 กลุ่ม กลางทางในไทยมีมากกว่า 50 ราย และปลายทางมาเลเชียมีด้วยกัน 3กลุ่ม ซึ่งขณะนี้ดำเนินการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ตามสถานการณ์ขณะนี้ดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการปราบปรามที่เข้มงวดทำให้จำนวนการลักลอบลดลงอย่างเห็นได้ชัดที่สำคัญ ต้องขบวนการค้ามนุษย์ ถึงกับต้องปรับกลยุทธ์จากขนส่งคราวละ 400 คนเหลือรอบละไม่เกินสามคน รวมทั้งทางการมาเลเชียได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้านการข่าว
อย่างไรก็ตามในวันนี้ได้จับกุมคนขับรถบัสในขบวนการนี้เพิ่ม 1 ราย จึงแจ้งข้อหาในข้อหา”ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืน กฎหมาย, ร่วมกันซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พ้นจาก การจับกุม” , “ร่วมกันค้ามนุษย์, สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์”มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”


