เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 28 สิงหาคม พ.ต.ท.นพรัตน์ หมื่นวงศ์ สว.(สอบสวน) สน.บางขุนเทียน ได้รับแจ้งมีผู้พลัดตกตึกเสียชีวิตด้านข้างอาคารธนภัทรคอนโดมิเนียม ซอยเอกชัย 83/1 ถนนเอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมสูง 7 ชั้น จากการตรวจสอบบริเวณซอกอาคารระหว่างตึก A และตึก B บนทางเดินเท้าพบศพ น.ส.สุภางค์ บุญเกิด อายุ 31 ปี ชาว จ.อุดรธานี ปัจจุบันเป็นพนักงานโรงงานอัดถังออกซิเจนย่านบางบอน สภาพสวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีเหลือง ใส่รองเท้าแตะ ตัดผมสั้นลักษณะทอมบอย นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดมีบาดแผลแตกที่ศีรษะและบริเวณท้ายทอยมีรอยถูกมีดบาดด้วย 1 แห่ง โดยในมือข้างซ้ายผู้ตายยังกำมีดทำครัวยาวประมาณครึ่งฟุตด้วย 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายชุมพร บุญธง อายุ 52 ปี ชาวบ้านซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนเองนอนเล่นอยู่หน้าอาคารใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงสิ่งของหล่นลงมาบนพื้นเสียงดังสนั่น ก็เลยเดินมาดู ระหว่างที่เอาไฟฉายส่องหาจุดที่มาของเสียงพบว่าเป็นคนนอนเสียชีวิตอยู่ โดยมี นายสุชาติ หรือขอม เรืองรอด อายุ 37 ปี ผู้เช่าห้องเลขที่ 91/196 ชั้น 7 ยืนตะโกนโวยวายอยู่ที่ระเบียงด้านหลังห้องด้วยอาการคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบและคุมตัวนายสุชาติ ไปสอบสวนที่โรงพัก
จากการสอบสวน นายสุชาติให้การว่า ปัจจุบันเป็นพนักงานขับรถส่งถังออกซิเจน บริษัทเดียวกันกับ น.ส.สุภางค์ ผู้ตาย ที่ผ่านมาตนและผู้ตายซึ่งมีลักษณะเป็นทอมบอย สนิทสนมกันในฐานะเพื่อนร่วมวงเหล้าและร่วมเสพยา ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนห้อง กระทั่ง น.ส.สุภางค์ มาหาและชวนดื่มเหล้าขาวและเสพยาบ้าด้วยกันคนละ 1 เม็ด จนมึนเมาได้ที่ โดยหลังจากนั้นระหว่างที่ น.ส.สุภางค์ จะเดินทางกลับ ตนได้ขอให้ น.ส.สุภางค์ รอตนด้วย เนื่องจากจะขอออกไปข้างนอกด้วยกัน แต่ น.ส.สุภางค์ ไม่ยอมรอจึงเกิดมีปากเสียงและต่างคนต่างหยิบมีดทำครัว ขึ้นมาข่มขู่จะทำร้ายกันคนละ 1 เล่ม
“โดยขณะที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันนั้นปรากฏว่าคมมีดได้บาดเข้าที่ท้ายทอยของ น.ส.สุภางค์ จนเป็นแผล เมื่อเห็นว่าเพื่อนมีเลือดออกก็หยุดและยอมวางมีด พร้อมปรับความเข้าใจกับ น.ส.สุภางค์ ให้รอสักพัก โดยจะขอไปอาบน้ำก่อนแล้วจะเดินออกไปด้านนอกด้วยกัน ปรากฏว่าในช่วงที่ผมกำลังเข้าห้องน้ำนั้นก็ได้ยินเสียงสิ่งของหล่นจากระเบียงด้านหลังห้องตกลงไปด้านล่าง เมื่อชะโงกลงไปดูก็พบร่างของ น.ส.สุภางค์ นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นแล้วจึงตัดสินใจรอให้การกับตำรวจไม่หลบหนีไปไหนโดยคาดว่า น.ส.สุภางค์ น่าจะน้อยใจจึงตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตายดังกล่าว” นายสุชาติกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน ได้สอบสวนนายสุชาติ ตลอดทั้งคืนปรากฏเจ้าตัวยังให้การเช่นเดิม แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากที่ห้องพักของนายสุชาติ มีร่องรอยการต่อสู้และคราบเลือดเต็มไปหมด ประกอบกับ นายสุชาติ มีประวัติเคยถูกจับคดีเสพยาบ้า ในท้องที่ สน.พระราชวัง มาเมื่อปี 2555 เบื้องต้นจึงส่งตัวไปตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อยืนยันผลการเสพยาบ้านำส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับการตายของ น.ส.สุภางค์ จะต้องติดตามพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำเพื่อสรุปสำนวนคดีการตายต่อไป

