ตร.ภูเก็ตชงตั้งหน่วยพิเศษต้านก่อการร้าย รับพบ’2 อุยกูร์’แต่กดดันเผ่นออกแล้ว

20.04.16 | 11:59 น.

เมื่อเวลา 10.45  น. วันที่ 20 เมษายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต (ภ.จว.ภูเก็ต) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล การค้ามนุษย์ และแก้ปัญหาการทำประมงโดยผิดกฎหมาย พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. นำคณะประชุมติดตามความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ปราบปรามการค้ามนุษย์ การแก้ปัญหาการทำประมงไม่ถูต้องในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) นำคณะผู้บังคับการตำรวจจังหวัดในพื้นที่ ภาค 8 ผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่ พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บังคับการตำรวจน้ำ ผู้กำกับหัวหน้าสถานีตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ ร่วมประชุม

พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ จ. ภูเก็ต ว่าเฝ้าระวังด้านการก่อการร้ายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเมื่อมีการแจ้งเตือนข่าวกรอง ตำรวจภูเก็ตห่วงภัยก่อการร้ายที่คุกคามทั่วโลก โดยกำหนดการเฝ้าระวัง 3 กลุ่ม คือ 1.ก่อการร้ายสากล 2.กลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายเป็นองค์กรอาชญากรรม และ 3.กลุ่มก่อความไม่สงบจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มนี้ในปี 2556 เคยพบความเคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ มีการลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง แต่ไม่สามารถทำอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้แต่สามารถสืบทราบตัวผู้ต้องหาได้ ระหว่างติดตามหาหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ประสานการข่าว การสืบสวนกับศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุก่อการร้ายในภูมิภาคอื่นทั่วโลกมีการข่าวแจ้งเตือนความเคลื่อนไหว ตำรวจภูเก็ตเฝ้าระวัง กดดัน ติดตามอย่างต่อเนื่องป้องกันไม่ให้พื้นที่กลายเป็นที่พักพิงหรือทางผ่านของผู้ไม่หวังดี

ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวด้วยว่า ก่อนนี้มีการแจ้งเตือนพบชาวอุยกูร์เข้ามาในพื้นที่ 2 ราย ก็ได้ตรวจสอบพบ สืบสวนติดต่อประสานงานหน่วยที่เกี่ยวข้อง พบว่าเดินทางออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังไว้แล้ว ทั้งนี้ ตำรวจภูเก็ตมีมาตรการป้องกันที่เข้มข้น ทั้งเป้าหมาย กลุ่มเสี่ยง อย่างไรก็ตาม หากได้รับข้อมูลข่าวกรองที่แม่นยำ เจาะจง จะทำให้การติดตามสืบสวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้เสนอว่าควรมีการจัดตั้งหน่วยพิเศษต่อต้านการก่อการร้ายพื้นที่เป็นหน่วยประจำรองรับสถานการณ์การก่อการร้าย